Volvo S80 DRIVe คิดต่างยัดเครื่องจิ๋วอันทรงพลัง


เรามาดูแบรนด์รถยุโรปอีกแบรนด์ซึ่งผมยังไม่ได้เคยยิบเรื่องราวของรถแบรนด์นี้มาพูดเลย ก็เลยขอเปิดบทความของรถแบรนด์นี้ด้วย Volvo S80 DRIVe 1.6 ละกันนะครับ

อันที่จริงแล้ว เจ้า S80 ถือว่าเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ระดับ BMW 5-Series หรือ Mercedez E-Class (อันนี้ในความคิดเห็นของผมนะ) ซึ่งรุ่นที่มีอยู่ในตลาดนั้นจะมีเครื่อง 2.5 ลิตร เบนซิน ขนาด 200 แรงม้า และเครื่อง D5 ดีเซล 5 สูบเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 163 แรงม้า เท่านี้อาจจะยังไม่เพียงพอ ทาง Volvo ก็เลยเพิ่มทางเลือกใหม่ในการขับขี่จึงได้ส่งรุ่น S80 DRIVe 1.6 ออกสู่ตลาดเพื่อเจาะกลุ่มรถประหยัดน้ำมันและรักโลก

หลายคนคงสงสัยว่าเครื่องขนาด 1.6 เอาไปวางในรถซีดานขนาดใหญ่แล้วจะวิ่งออกหรือ ไม่กินน้ำมันมากกว่าเครื่องใหญ่หรือ อันนี้ผมก็ต้องบอกว่า ทาง Volvo เค้าก็ได้ทำการบ้านมาดีในระดับหนึ่ง เครื่อง 1.6 ที่วางอยู่ใน S80 DRIVe นั้นเป็นเครื่องขนาดเล็กที่ตอบสนองได้ทันใจทีเดียว อีกทั้งยังให้สมรรถนะที่จี๊ดจ๊าดเกินคาดอีกด้วย พร้อมด้วยเทคโนโลยีในโครงการ DRIVe เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พร้อมด้วยสามารถรองรับแก๊สโซฮอล์ E85 อีกด้วยครับ เครื่องความปลอดภัยก็จัดเต็มสมชื่อ Volvo เค้าเลยล่ะ เพราะเค้าใส่เทคโนโลยีช่วยหยุดรถก่อนชนคนเดินถนน และอื่นๆอีกมากมาย

จากแหล่งข้อมูลข่าว

นางฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันเทรนด์การเลือกใช้รถของผู้บริโภค กำลังมุ่งไปสู่การเลือกใช้รถที่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กลง เพื่อประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ด้วยความสามารถของเทคโนโลยี ทำให้เราสามารถผลิตเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง แต่มีสมรรถนะสูงได้ วอลโว่เล็งเห็นความสำคัญ และตอบรับกับกระแสดังกล่าวด้วยการเปิดตัว S80 DRIVe ที่มากับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ที่เล็กที่สุดเท่าที่ S80 เคยมีมา ทว่าสมรรถนะและประสิทธิภาพในการทำงาน ยังคงยอดเยี่ยมดังเดิม”

“นอกจากนี้ ยังเพิ่มความคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีในโครงการ DRIVe เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ด้วยความสามารถในการรองรับแก๊สโซฮอล์ E85 และไอเสียต่ำ เชื่อว่า S80 DRIVe จะเป็นรถเครื่องยนต์เล็กที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่เล็กลง แต่ประสิทธิภาพสูงแล้ว S80 DRIVe คงความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความหรูหรา ภายใต้ดีไซน์สะดุดตาของ S80 ไว้อย่างครบถ้วน”

“ที่ผ่านมาถือว่า S80 ถือเป็นรถยนต์ซีดานหรูรุ่นแฟลกชิพของวอลโว่ ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดรุ่นหนึ่ง โดยปีที่ผ่านมา S80 มียอดขาย 300 คัน ซึ่งหาก นับตั้งแต่ที่มีการเปิดตัว S80 มานั้น มีผู้ใช้รถ S80 จนถึงปัจจุบันกว่า 4,000 คัน จากรุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ S80 2.5 FT และ S80 D3 ทั้งนี้ เราเชื่อว่าการมาของ S80 DRIVe จะเข้ามาเสริมทัพ S80 ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการได้ตรงใจมากกว่าเดิม”

มาดูเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์กันบ้าง

อาจสงสัยว่าเครื่อง 1.6 ที่ว่านั้นมีอะไรดี มันมีดีที่ว่า มันเป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ความจุ 1.6 ลิตร 4 สูบ สามารถรองรับน้ำมันได้ทั้งเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ E10, E20 และ E85 ได้ กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 24.4 กก.-ม. ที่ช่วง 1,600 – 5,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 9.2 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์เพาเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด ปรับตามสไตล์การขับขี่ และเกียร์ทรอนิก ส่งกำลังได้ลื่นไหลต่อเนื่อง เปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่นในทุกรอบเครื่อง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 13.5 กม./ลิตร รวมทั้งยังมีมลพิษต่ำอีกด้วย สุดไหมล่ะ เครื่อง 1.6 พ่วงโบลูกเล็กๆไปซักลูก ปั่นม้าออกมาได้ตั้ง 180 ตัวแหน่ะ แบบนี้จะไม่จี๊ดได้ยังไงล่ะ จริงไหมครับ

ระบบ Volvo Sensus สั่งงานด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และแสดงผลผ่านจอสีขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งอยู่บริเวณส่วนบนของคอนโซลในระดับพอดีสายตา ไม่รบกวนการขับขี่ ผู้ขับสามารถควบคุมระบบมัลติมีเดีย ทั้งการใช้โทรศัพท์ การฟังเพลง หรือชมภาพยนตร์ผ่าน DVD ได้อย่างง่ายดาย และที่พิเศษยิ่งขึ้นคือ การใช้งานบลูทูธ ที่เชื่อมต่อได้ทั้งโทรศัพท์ และการเล่นไฟล์เพลงจากเครื่องเล่นตามที่ผู้ขับขี่ต้องการ

อีกทั้ง เจ้า Volvo Sensus ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ฟังก์ชั่นการควบคุมรถยนต์ รวมถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพียงกดปุ่ม My Car ผู้ขับขี่ก็สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้ารถ กระจกมองข้าง ระบบปรับอากาศ ระบบเซ็นทรัลล็อค ไปจนถึงการควบคุมระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำได้อีกด้วย

ความปลอดภัย

จุดขายของ S80 DRIVe คือ นวัตกรรมล่าสุดจาก Volvo ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร เพื่อนร่วมทาง และคนเดินถนนในเส้นทางเดียวกัน อาทิ ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (City Safety) ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน หยุดรถอัตโนมัติเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็ว หรือหยุดกระทันหัน ซึ่งระบบนี้จะทำงานเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ระบบกล้องและสัญญาณเตือนมุมอับสายตา (BLIS and IDIS for better control) ระบบไฟหน้าหักเหตามพวงมาลัย (Active Bending Lights) ช่วยให้การขับขี่ในเวลากลางคืนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โครงสร้างนิรภัยส่วนหน้ารถ ประกอบขึ้นจากเหล็กชนิดแข็ง 4 ประเภท (Crumple Zones made using different grade of steel) และ โครงสร้างแข็งด้านข้างตัวรถ เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร (Strong side structure) รวมถึงระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย

Volvo S80 DRIVe มี 5 สีให้เลือก ได้แก่ ขาว Ice White, เงิน Silver metallic, เทา Oyster Grey metallic, เงิน Electric Silver metallic และดำ Ember Black metallic โดยเปิดราคาจำหน่ายที่ 2.499 ล้านบาท พร้อมจำหน่ายแล้วที่โชว์รูม วอลโว่ ทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Source: Motortrivia