มาสด้าและฟอร์ดประกาศลงทุนเพิ่ม 837 ล้านบาท (27 ล้าน USD) ที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทยเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถปิกอัพ


กรุงฮิโรชิมา – ประเทศญี่ปุ่น, 27 เมษายน 2555  – มาสด้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น และ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประกาศวันนี้ว่าทั้งสองบริษัทได้ลงทุนเพิ่ม 837 ล้านบาทหรือประมาณ 27 ล้านเหรียญสหรัฐในโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างมาสด้าและฟอร์ด เพื่อยกระดับสายการผลิตรถปิกอัพขึ้นอีกขั้นและเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 20,000 คันต่อปี

ปัจจุบัน เอเอทีผลิตรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร และฟอร์ด เรนเจอร์ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและเพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก การลงทุนครั้งนี้ได้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงเพื่อยกระดับโรงงานด้านต่างๆ อาทิ การเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อลดเวลาในการผลิตต่อคันและสามารถเพิ่มจำนวนคันที่ผลิตได้ต่อเดือน โดยสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป หลังการเพิ่มกำลังการผลิตรถปิกอัพครั้งนี้ โรงงานเอเอทีจะมีกำลังการผลิตรถปิกอัพ 1 ตันที่ 195,000 คันต่อปี และทำให้เอเอทีมีกำลังการผลิตรวมทั้งรถยนต์นั่งอยู่ที่  295,000 คันต่อปี

การลงทุนครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลให้มาสด้าและฟอร์ดมีเงินทุนที่ลงร่วมกันในโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทยหรือเอเอทีเป็นมูลค่าเกือบ 6.2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 2 พันล้านเหรียญ  นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2538 และในปี 2553 ทั้งมาสด้าและฟอร์ดได้ร่วมกันเพิ่มการลงทุนอีกเป็นมูลค่า1.08 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 350 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อยกระดับสายการผลิตและจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อผลิตรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปรใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่

“การตัดสินใจลงทุนเพิ่มครั้งนี้ เป็นอีกก้าวย่างหนึ่งของความสัมพันธ์ในการร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างมาสด้ากับฟอร์ด นอกจากนั้น การลงทุนนี้ยังช่วยให้มาสด้าสามารถตอบสนองต่อความต้องการซื้อรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ที่มีอย่างสูง ทั้งในตลาดประเทศไทยและตลาดโลก” มร.ยูจิ มากามิเน่ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส มาสด้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น กล่าว

บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย เป็นหนึ่งในโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีความทันสมัยที่สุดในประเทศ และได้สร้างมาตรฐานคุณภาพด้านการผลิตรถยนต์ให้แก่ภูมิภาคอาเซียน ทั้งในเรื่องความสามารถผลิตรถคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานโลก, ความสามารถควบคุมมาตรฐานการผลิตให้ได้คุณภาพสูง และความสามารถควบคุมในเรื่องต้นทุนการผลิตได้อย่างยอดเยี่ยม