มาสด้า2 สปอร์ตตัวแรงควง บีที-50 โปร ฮีโร่ขวัญใจมหาชนตัวจริง ส่งยอดขายเดือนมีนาคมสร้างสถิติใหม่ทะลุ 6,000 คัน


กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 10 เมษายน 2555 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ออกมาเปิดเผยตัวเลขยอดขายรถยนต์มาสด้าที่กำลังแรงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนแรกของปีนี้ โดยเฉพาะในเดือนมีนาคมกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดขายถล่มทะลายทะลุ 6,000 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไตรมาสแรกของปีมังกรทองนี้แรงทะลุปรอทด้วยยอดเกิน 14,200 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 67 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะปิกอัพฮีโร่สไตล์เก๋งที่กำลังแรงสุดๆ มียอดขายทะลุ 2,400 คัน ควงคู่มากับสปอร์ตเล็กพริกขี้หนูตัวจื๊ดที่การันตีถึงสมรรถนะความเป็นสปอร์ตของมาสด้า2 ทั้งรุ่นเอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู และสปอร์ต แฮตช์แบค 5 ประตู ที่ยังแรงอย่างต่อเนื่อง มียอดขายมากที่สุดถึง 3,317 คัน ส่วนมาสด้า3 แม้จะมีเฉพาะเครื่องยนต์ 2.0ลิตรใหม่ เพียงอย่างเดียว แต่ยังคงครองแชมป์มายาวนานก็สามารถคว้ายอดขายสูงถึง 259 คัน นอกจากนี้ มาสด้ายังเน้นย้ำในเรื่องของการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าเกิดความความพึงพอใจสูงสุด

มร. โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาตลาดรถยนต์โดยรวมกำลังมาแรง มีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของตลาดรถปิกอัพที่มีหลากหลายยี่ห้อที่เปิดตัวมาในเวลาใกล้เคียงกัน รวมถึงตลาดรถเล็กที่ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาที่ไม่สูงมาก และปริมาณความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่สูงมาก ประกอบกับการที่ผู้ผลิตเริ่มเดินสายการผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในไตรมาสแรกนี้ทะยานขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะรถยนต์มาสด้าพุ่งสูงถึง 14,264 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นายโชอิชิ ยูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดขายในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาสูงกว่าที่มาสด้าคาดการณ์ไว้ โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้นถึง 6,001 คัน นับเป็นยอดขายสูงสุดที่มาสด้าเคยทำได้ เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามียอดขาย 3,584 คัน โดยเฉพาะในส่วนของรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ปิกอัพสไตล์เก๋ง เดือนนี้สามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ถึง 2,422 คัน เพิ่มขึ้น 132% และยังมียอดจองสะสมอีกว่า 7,000 คัน ซึ่งเรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อส่งมอบให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ในส่วนของรถยนต์นั่งมาสด้า2 ทั้ง 2 รุ่น มียอดขายรวมกันสูงถึง 3,317 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 56% และสปอร์ตรุ่นพี่อย่างมาสด้า3 2.0ลิตรใหม่ มียอดขายทั้งสิ้น 259 คัน ส่วนยอดขายของสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 มียอดขายถึง 2 คัน และรถสปอร์ตครอสโอเวอร์หรู 7 ที่นั่ง มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 มีจำนวนอีก 1 คัน

ท่ามกลางความร้อนระอุของสภาพอากาศเมืองไทย แต่วงการรถยนต์อุณหภูมิกลับร้อนแรงมากกว่า โดยเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ที่เปิดรับจองกันอย่างมโหฬาร ในขณะที่ยอดขายรถยนต์มาสด้าประจำไตรมาสแรกของปี 2555 ก็ได้รับอานิสงค์นี้เช่นเดียวกันแม้ว่าจะเดินเครื่องยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ยังคงรักษาการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 43% ด้วยยอดการจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 14,264 คัน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2 ใหม่ รุ่นสปอร์ต แฮตช์แบค 5 ประตู และรุ่นซีดาน 4 ประตู มียอดขายรวมทั้งสิ้นสูงถึง 9,741 คัน มีอัตราการเติบโตสูงถึง 63% ตามมาด้วยสปอร์ตปิกอัพที่ถือว่าเป็นพระเอกน้องใหม่ที่มาแรงโดดเด่นและถูกกล่าวขานถึงมากที่สุดแม้จะเพิ่งได้ฤกษ์ส่งมอบกันเป็นจริงเป็นจังในเดือนนี้เองสามารถทะลุมาได้ถึง 3,633 คัน และแน่นอนว่าการส่งมอบรถที่ค้างอยู่นั้นมาสด้ากำลังปรับยุทธวิธีรับมือกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่ยังคงรักษาระดับความร้อนแรงมาตลอดมียอดขายรวมทั้งสิ้น 881 คัน มีอัตราการเติบโตลดลง 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในส่วนของรถพีเมี่ยมคาร์ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน ประกอบด้วยสปอร์ต โรดสเตอร์เปิดประทุนมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 มียอดขายสูงถึง 7 คัน และรถสปอร์ตครอส โอเวอร์หรู 7 ที่นั่ง มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 มีจำนวนอีก 2 คัน

ทางด้านแม่ทัพทางการตลาด นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ก่อนอื่นมาสด้าต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกๆ ท่าน ที่ให้การตอบรับรถมาสด้าด้วยดี ความสำเร็จด้านยอดขายที่เกิดขึ้นเป็นบทพิสูจน์ถึงทิศทางการดำเนินการตลาดตรงกลุ่มเป้าหมาย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามการเฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ที่มีภาพลักษณ์และบุคลิกโดดเด่นเช่นเดียวกับรถ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ ซูม-ซูม ของการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้พรีเซ็นเตอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาดของมาสด้า โดย 3 พรีเซ็นเตอร์ของมาสด้า ทั้งเป้ อารักษ์, ณเดชน์ คูกิมิยะ และ พระเอกฮีโร่ขวัญใจชาวไทย อย่างผู้พันเบิร์ด ทั้ง 3 คน มีบุคลิกที่เหมาะเจาะกับรถยนต์ในแต่ละรุ่นได้เป็นเป็นอย่างดีซึ่งทั้งหมดสามารถสะท้อนความเป็น ซูม-ซูม ได้อย่างแท้จริง และสามารถสะท้อนความเป็นตัวแทนของรถในแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้การสื่อสารกับลูกค้าเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ