All New Toyota Camry 2012 (Model Change)


บริษัท  Toyota Motor Thailand Co, Ltd. นำเสนอรถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด All New Camry 2012 ที่สมบูรณ์แบบด้วยภาพลักษณ์หรูหรา ภูมิฐาน สมรรถนะการขับขี่ที่เหมาะสมกับการเดินทางทั้งใกล้และไกล ประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์ใหม่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมการใช้งานสำหรับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ สะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบซีดานระดับหรู ตอบสนองความต้องการลูกค้าให้เป็นยนตรกรรมที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนในวัยทำงานและผู้บริหาร

Toyota Camry ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ.2525 และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง ที่มีดีไซน์อันหรูหรา ภูมิฐาน ห้องโดยสาร โอ่อ่ากว้างขวาง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ไม่เป็นรองรถซีดานขนาดกลางในระดับเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ซีดานขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกานานถึง 14 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน Camry ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยครั้งแรก ในปลายปี พ.ศ.2536 ด้วยการเป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตลอดมา และเริ่มประกอบ Camry ในประเทศ โดยเริ่มต้นในเจนเนอเรชั่นที่ 4 ตั้งแต่ปี 2542 มาจนถึง รุ่น Camry Hybrid ที่ได้แนะนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในปี 2552 โดยได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยมากขึ้นตามลำดับจนถึงปัจจุบัน มียอดขายรวมกว่า 130,000 คัน และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางมากกว่า 40% สำหรับตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางในประเทศไทย

มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Toyota Motor Thailand Co, Ltd. กล่าวว่า จากความสำเร็จของรถยนต์ Camry โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Hybrid ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย สามารถพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพ และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถยนต์ Camry โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบเครื่องยนต์ลูกผสม เบนซิน+มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hybrid ของ Toyota Camryใหม่ ที่กำลังจะได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในวันนี้ นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 7 ของโลก (เจนเนอเรชั่นที่ 5 ของตลาดเมืองไทย) โดยถือเป็นรถรุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น หลังจากได้ทำการเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงจากลูกค้าชาวญี่ปุ่น ทำให้ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 13,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว โดยมียอดขายต่อเดือนสูงเกินกว่าเป้าหมายการขาย ที่ทาง Toyota ตั้งไว้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน และจากความนิยมที่เหนือความคาดหมายนี้เอง ทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่จองรถ Camry ใหม่ ต้องรอถึง 2 – 3 เดือน กว่าที่จะได้รับรถ

มร.ทานาดะ กล่าวเพิ่มเติมว่า New Camry เป็นรถยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด New Era Sedan เพื่อให้เป็นรถยนต์ซีดานระดับหรูขนาดกลางที่มี รูปลักษณ์ดีไซน์ที่หรูหรา ล้ำสมัย มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.5 ลิตร ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมันที่เหนือความคาดหมาย ภายในห้องโดยสารให้ความเงียบสงบที่สัมผัสได้ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของยนตรกรรมระดับหรู มาพร้อมกับเทคโนโลยี ความปลอดภัยอันทันสมัยระดับโลก และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในที่ครบครัน และด้วยคุณสมบัติอันน่าประทับใจเหล่านี้ ทำให้ Toyota มั่นใจว่า All New Camry จะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของ Toyota ที่จะกระตุ้นตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางในปีนี้ ซึ่งบริษัทฯ จะทำการแนะนำรถยนต์ All New Camry ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และ เครื่องยนต์ระบบไฮบริด เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าชาวไทย สำหรับการส่งมอบรถยนต์ New Camry Model 2012 จะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนนี้ สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ในขณะที่ในรุ่นเครื่องยนต์ระบบ Hybrid นั้น จะพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้ ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ รถยนต์ Camry ใหม่ ทั้ง 2 รุ่น จะถูกส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนอีกด้วย โดยคาดว่าจะมีตัวเลขส่งออกภายในปีนี้ประมาณ 5,500 คัน มร.ทานาดะ กล่าวในที่สุด

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Toyota MotorThailand Co,ltd. กล่าวว่า สำหรับ Camry ที่แนะนำเข้าสู่ตลาดในวันนี้เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ของตลาดเมืองไทย ซึ่งมีจุดขายหลักๆ อันได้แก่ รูปลักษณ์ดีไซน์ของ Camry ใหม่ ที่ถูกออกแบบด้วยความประณีต ทั้งภายนอก และภายใน จนลูกค้าสามารถสัมผัสถึงความหรูหราได้ทันทีที่เข้าไปในตัวรถ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของรถยนต์ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า Camry คือยนตรกรรมสำหรับผู้นำอย่างแท้จริง ตลอดจนสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ 2.5 Dual VVT-i ใหม่ และเครื่องยนต์ Hybrid เจเนอเรชั่นใหม่ ที่สามารถสัมผัสถึงขุมพลังที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วไป ในขณะที่ก็ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดน้ำมันที่เป็นหนึ่งเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นช่วงล่างที่ถูกปรับจูนใหม่ ทำให้ All New Camry มีความนุ่มนวลในการขับขี่มากขึ้น โดยขณะที่เดินทางลูกค้าจะสามารถสัมผัสถึงความราบรื่น รวมไปถึงความเงียบภายในห้องโดยสารจากการเลือกใช้วัสดุในการซับเสียงแปลกปลอมจากภายนอก


จากรายละเอียดทางผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ New Camry 2012 จึงเปรียบเสมือนความสมบูรณ์แบบ ที่ผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และสมรรถนะอันทรงพลัง ก่อให้เกิดมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ระดับหรู โดย Toyota Motor ได้วางแผนที่จะขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปยังกลุ่มตลาดรถหรูโดยใช้จุดขายอันโดดเด่นเหล่านี้ และเชื่อมั่นว่า New Camry จะสามารถตอบทุกความความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างสูงสุด นายวิเชียรกล่าวในที่สุด

Model All New Camry 2012
-2.5L Hybrid Navigator
-2.5L Hybrid DVD
-2.5L Hybrid CD
-2.5G
-2.0G

Toyota New Camry 2012

  • True Blue Mica Metallic (สีใหม่มีเฉพาะในรุ่นไฮบริดเท่านั้น)
  • White Pearl Crystal (สีใหม่มีเฉพาะในรุ่นไฮบริดเท่านั้น)
  • Attitude Black Mica (สีใหม่)
  • Beige Metallic
  • Silver Metallic
  • Medium Silver Metallic
  • Gray Metallic

รุ่นเครื่องยนต์ เบนซิน 
Camry 2.5G / Camry 2.0G
ภายนอก

  • กันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอกหน้า ดีไซน์ใหม่ ดีไซน์ลงตัว หรูล้ำ เพิ่มความปลอดภัย
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ สง่างาม แนวเส้นสะท้อนความเหนือระดับ
  • โคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบ HID ใหม่ ส่องสว่างกว้างไกล ปลอดภัยยามค่ำคืน พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในทุกเวลา
  • ชุดไฟท้าย พร้อมไฟตัดหมอกหลัง ส่องสว่าง สะดุดตา มองเห็นชัดเจนในระยะไกล ปลอดภัยทุกการเดินทาง
  • กระจกมองข้างแบบ Wide View ด้านหลังได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเลนส์ที่ให้ภาพมุมกว้าง พร้อมเทคโนโลยีไฮโดรฟิลิกซ์ ที่ช่วยลดการเกาะตัวของหยดน้ำบนกระจก
  • แอร์โรไดนามิก ฟิน (Aerodynamic Fin) ช่วยปรับการไหลของอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ สร้างกระแสลมหมุนข้างตัวรถเพื่อลดแรงต้านอากาศ พร้อมลดการแกว่งตัวภายในชั้นอากาศ เพิ่มเสถียรภาพของตัวรถ มั่นคงทุกการขับขี่
  • ล้ออัลลัอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ 10ก้าน พร้อมยางขนาด 215/55 R17 (ในรุ่น 2.5G)
  • ล้ออัลลัอยขนาด 16 นิ้ว ลายใหม่ 10ก้าน พร้อมยางขนาด 215/60 R16 (ในรุ่น 2.0G)

ภายใน

  •     ภายในสีเบจ พร้อมลายไม้สีน้ำตาลแดง ให้ความรู้สึก หรูหรา กว้างขวาง
  •     พนักพิงศรีษะผู้โดยสารด้านหน้า ปรับตำแหน่งสูง-ต่ำ และพับลงต่ำได้
  •     พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ดีไซน์ใหม่ ควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง – จอแสดงข้อมูลรวม – ระบบเชื่อมต่อ Hands-free แบบไร้สาย Bluetooth (เฉพาะในรุ่น 2.5G)
  •     เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า ปรับระดับ 8 ทิศทาง…พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ช่วยรองรับกระดูกบริเวณเอวได้พอดี ให้ความรู้สึกสบาย และผ่อนคลายขณะขับขี่
  •     ช่องเสียบ Aux และ USB ล้ำหน้าด้วยช่องต่ออุปกรณ์เครื่องเสียงพกพา สุนทรีย์ทุกการเดินทาง

ชุดเครื่องเสียงดีไซน์ใหม่

  • เครื่องเล่น DVD 1แผ่น แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1นิ้ว 6 ลำโพง (ในรุ่น 2.5G)
  • เครื่องเล่น CD 1แผ่น 6 ลำโพง (ในรุ่น 2.0G)
  • แผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ ดีไซน์ใหม่ เข้ากับคอนโซลกลาง พร้อมระบบปรับอากาศแบบ Dual Auto ระบบปรับอากาศแบบแยกควบคุมระดับอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา ได้ตามความต้องการ พร้อมช่องส่งผ่านความเย็นสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) รักษาระดับความเร็วรถให้คงที่ พร้อมเพิ่มหรือลดความเร็วโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่ทางไกลเป็นเวลานาน (เฉพาะในรุ่น 2.5G)
  • ระบบเชื่อมต่อ Hands-free แบบไร้สาย Bluetooth เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ด้วยระบบเชื่อมต่อไร้สายที่เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือเข้ากับระบบ Hand free ในรถ จับคู่กับโทรศัพท์มือถือได้ 5 เครื่อง บันทึกเลขหมายได้ถึง 1,000 เลขหมาย พร้อมระบบควบคุมโทรศัพท์ ผ่านจอ LCD ระบบสัมผัส หรือปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย (เฉพาะในรุ่น 2.5G)
  • ม่านบังแดดไฟฟ้ากระจกหลัง ลดความร้อนจากแสงแดดให้เบาบาง

ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
รุ่น 2.5 G                     2AR-FE DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
ความจุกระบอกสูบ    2,494 ซีซี
แรงม้าสูงสุด               133 กิโลวัตต์ (181ps) / 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด              231 นิวตัน-เมตร/4,100 รอบต่อนาที
ระบบขับเคลื่อน          อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Sequential Shift
มาตรฐานไอเสีย        ยูโร 4 และรองรับการใช้น้ำมัน E20

รุ่น 2.0 G                    1AZ-FE DOHC 16 วาล์ว VVT-i
ความจุกระบอกสูบ    1,998 ซีซี
แรงม้าสูงสุด              109 กิโลวัตต์ (148ps) / 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด              190 นิวตัน-เมตร/4,000 รอบต่อนาที
ระบบขับเคลื่อน          อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT แบบ Sequential Shift
มาตรฐานไอเสีย        ยูโร 4 และรองรับการใช้น้ำมัน E20

ดิสก์เบรก 4 ล้อ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่…ให้ประสิทธิภาพในการเบรกเป็นเยี่ยม
ครีบระบายความร้อนของดิสก์เบรกหน้าจะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเบรกไม่ให้เกิดอาการเบรกลื่น

ระบบกันสะเทือน…ด้านหน้าแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโครง ด้านหลังแบบ ดูอัล
ลิงค์สตรัท แข็งแกร่ง นุ่มนวล ทุกสภาพการขับขี่
ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) แม่นยำ ควบคุมง่าย เพื่อการทรงตัวที่ดีของรถและสมรรถนะที่ดีทุกๆด้านในการขับขี่ทั้งการขับ การเลี้ยว ตลอดจนการหยุดรถ

ระบบความปลอดภัย
ความปลอดภัย แบบป้องกัน (Active Safety)

  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) สำหรับการเบรกแบบกะทันหันบนถนนที่เปียก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมทิศทางของรถได้ดีขึ้น
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ในทุกๆการเบรก ระบบจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่กดลงในแต่ละล้อ เพื่อประสิทธิภาพการเบรกที่ดีขึ้น
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติในภาวะฉุกเฉิน ช่วยหยุดรถได้ในระยะสั้นที่สุด และปลอดภัยที่สุด
  • เซ็นเซอร์มุมกันชนรถทั้ง 4 มุม และ เซ็นเซอร์กะระยะด้านท้ายรถ 2จุด (เฉพาะในรุ่น 2.5G)

ความปลอดภัย แบบปกป้อง (Passive Safety)

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS…ปกป้องผู้ขับ และผู้โดยสารตอนหน้าจากแรงกระแทกจากด้านหน้า
  • ระบบป้องกันการบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอ (WIL)…ติดตั้งที่เบาะนั่งด้านหน้า โดยพนักพิง
  • จะโอบกระชับรองรับศรีษะและแผ่นหลังช่วงบนอย่างพอดีเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง เพื่อป้องกัน
  • การบาดเจ็บที่บริเวณกระดูกต้นคอ (WIL: Whiplash Injury Lessening)
  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทก เทคโนโลยีเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสารจากการชนทั้งด้านหน้าและ ด้านข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างมี ประสิทธิภาพ

รุ่นเครื่องยนต์ Hybrid

Camry 2.5L Hybrid Navi / 2.5L Hybrid DVD / 2.5L Hybrid CD

ภายนอก

  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้โตโยต้าสีฟ้า เอกลักษณ์เฉพาะรุ่นไฮบริด ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่เพิ่มทัศนวิสัยให้ทุกการขับขี่ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ โคมไฟหน้าแบบ Dual-LED รมดำพร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ โคมไฟหลังดีไซน์ใหม่ให้แสงนุ่มนวล ส่องสว่างโดยไม่สะท้อนสายตา เพื่อความปลอดภัยของรถที่ขับตามมา กันชนหลังเพิ่มความโฉบเฉี่ยว พร้อมรีเฟลกเตอร์สะท้อนแสง
  • แอร์โรไดนามิก ฟิน (Aerodynamic Fin) ช่วยปรับการไหลของอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ สร้างกระแสลมหมุนข้างตัวรถเพื่อลดแรงต้านอากาศ พร้อมลดการแกว่งตัวภายในชั้นอากาศ เพิ่มเสถียรภาพของตัวรถ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ 10 ก้าน พร้อมยางขนาด 215/55 R17 กระจกมองข้างแบบ Wide View ด้านหลังได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเลนส์ที่ให้ภาพมุมกว้าง พร้อมเทคโนโลยีไฮโดรฟิลิกซ์ ที่ช่วยลดการเกาะตัวของหยดน้ำบนกระจก และระบบ Reverse Link ที่ปรับลดระดับกระจกอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง สัญลักษณ์พิเศษเฉพาะรุ่น Hybrid หลังฝากระโปรงท้ายด้านบน / สัญลักษณ์โตโยต้า (สีฟ้า) หลังฝากระโปรง / สัญลักษณ์ Hybrid Synergy Drive หลังฝากระโปรงท้ายล่าง

ภายใน
ภายในสีเบจ พร้อมลายไม้สีน้ำตาลดำ พนักพิงศีรษะผู้โดยสารด้านหน้า ปรับตำแหน่งสูง-ต่ำ และพับลงต่ำได้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง – จอแสดงข้อมูลรวม – ระบบเชื่อมต่อ Hands-free แบบไร้สาย Bluetooth (เฉพาะในรุ่น 2.5L HV Navigator และ 2.5L HV DVD) พวงมาลัยปรับระดับไฟฟ้า และระบบบันทึก ช่วยให้พวงมาลัยอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขับขี่ของผู้ขับ (เฉพาะในรุ่น 2.5L HV Navigator) เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า ปรับระดับ 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า เบาะหลังปรับเอนได้ ปรับเปลี่ยนระดับได้ตามความต้องการ (เฉพาะในรุ่น 2.5L HV Navigator) ช่องเสียบ Aux, iPod และ USB เครื่องเล่น DVD 1 แผ่น แบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง (In-car Navigator) และ ลำโพงระดับพรีเมี่ยม JBL 10 ตำแหน่ง พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 Channel Surround (ในรุ่น 2.5L HV Navigator) เครื่องเล่น DVD 1 แผ่น แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว 6 ลำโพง (ในรุ่น 2.5L HV DVD) เครื่องเล่น CD 1 แผ่น 6 ลำโพง (ในรุ่น 2.5L HV CD) แผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ ดีไซน์ใหม่เข้ากับคอนโซลกลาง พร้อมระบบปรับอากาศแบบ อัตโนมัติ 3 โซน (ซ้าย-ขวา-หลัง) (ในรุ่น 2.5L HV Navigator) และแบบ Dual Auto (ในรุ่น 2.5L HV DVD / 2.5L HV CD) ระบบปรับอากาศแบบแยกควบคุมระดับอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องส่งผ่านความเย็นสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง

ระบบนำทางในรถยนต์ In-Car Navigator ฟังก์ชั่นการค้นหาสถานที่ – แนะนำเส้นทาง – ที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ พร้อมเมนูบนจอแสดงภาพแบบ Touch-screen และเชื่อมต่อ กล้องมองหลัง เพิ่มความปลอดภัยในการถอยจอด โดยจะแสดงภาพด้านหลังผ่านจอ LCD ช่วยให้ถอยจอดได้อย่างแม่นยำ (เฉพาะในรุ่น 2.5L HV Navigator) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) รักษาระดับความเร็วรถให้คงที่ พร้อมเพิ่มหรือลดความเร็วโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่ทางไกลเป็นเวลานาน ระบบ Smart Entry ที่สามารถล็อก และปลดล็อกประตูได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ และ ระบบ Push Start…ทำงานคู่กับระบบ Smart Key ที่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้พียงกดปุ่ม โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ

เบาะนั่ง Seat Ventilator ติดตั้งพัดลมที่ส่งผ่านลมจากภายใต้เบาะและพนักพิง ลดความอับชื้นบริเวณแผ่นหลังและขา พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งการขับ Memory Seat ปรับเบาะนั่งให้พอดีกับสรีระคนขับ ระบบเชื่อมต่อ Hands-free แบบไร้สาย Bluetooth เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ด้วยระบบเชื่อมต่อไร้สายที่เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือเข้ากับระบบ Hand free ในรถ จับคู่กับโทรศัพท์มือถือได้ 5 เครื่อง บันทึกเลขหมายได้ถึง 1,000 เลขหมาย พร้อมระบบควบคุมโทรศัพท์ ผ่านจอ LCD ระบบสัมผัส หรือปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย (เฉพาะในรุ่น 2.5L HV Navigator และ 2.5L HV DVD) ม่านบังแดดไฟฟ้ากระจกหลัง

ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์เทคโนโลยี Atkinson Cycle พร้อมระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ประหยัดคุ้มค่า
รุ่น………………………………….2AR-FXE DOHC 16 วาล์ว VVT-i
ความจุกระบอกสูบ……………….2,494 ซีซี
แรงม้าสูงสุด………………………118 กิโลวัตต์ (160ps) / 5,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด………………………213 นิวตัน-เมตร/4,500 รอบต่อนาที
ระบบขับเคลื่อน……………………E-CVT (Electrically-controlled Continuously Variable Transmission)
มาตรฐานไอเสีย…………………..ยูโร 4

มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ที่พัฒนาระบบเกียร์ทดกำลังให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบายิ่งขึ้น แต่สามารถรองรับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงขึ้น
ชนิด……………………………………มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร
แรงดันไฟฟ้าสูงสุด…………………..650 โวลต์
กำลังสูงสุด…………………………..105 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุด…………………………270 นิวตัน-เมตร/0 – 1,500 รอบต่อนาที

แบตเตอรี่ไฮบริด Ni-MH (Nickel-Metal Hydride) ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าทำให้แบตเตอรี่ ไฮบริดมีน้ำหนักเบาขึ้น ทนทานยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม
ชนิด………………………………….นิกเกิลเมตัลไฮดราย
แรงดันไฟฟ้า………………………..245 โวลต์
จำนวนโมดูล………………………..34 โมดูล 204 เซลล์
ความจุไฟฟ้า………………………..6.5 แอมป์ (3 ชั่วโมง)

-ดิสก์เบรก 4 ล้อ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่
-ครีบระบายความร้อนของดิสก์เบรกหน้า
-ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า……………………………..แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโครง
ด้านหลัง……………………………..ดูอัล ลิงค์สตรัท
ระบบพวงมาลัย……………………..พาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS)
ระบบส่งกำลัง………………………..E-CVT ชุดระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

โหมดขับขี่อัจฉริยะ (Driving Mode Function) โหมดการขับขี่ประหยัดน้ำมัน (ECO Mode) ระบบจะเลือกใช้กำลังในการขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า โหมดการขับขี่เงียบสนิท (EV Mode) ระบบจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ให้การขับขี่ที่เงียบสนิท เหมาะสำหรับการเดินทางในบริเวณที่ใช้ความเร็วต่ำ

ระบบความปลอดภัย
ความปลอดภัย แบบป้องกัน (Active Safety)

  • ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC – Vehicle Stability Control) ทำงานร่วมกับ EPS (Electronic Power Steering) รักษาการทรงตัวของรถในทุกสภาพการขับขี่ โดยการสั่งให้เครื่องยนต์ลดความเร็วอัตโนมัติ และควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้ออย่างอิสระเพื่อรักษาการทรงตัวของรถให้สมดุลที่สุด
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติในภาวะฉุกเฉิน ช่วยหยุดรถได้ในระยะสั้นและปลอดภัย
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ในทุกๆ การเบรก ระบบจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่กดลงในแต่ละล้อ เพื่อประสิทธิภาพการเบรก
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC – Traction Control) คอยควบคุมและป้องกันการลื่นไถลของล้อ เมื่อมีการเหยียบคันเร่งมากเกินไปขณะออกตัว หรือการเร่งความเร็วแบบกะทันหันบนถนนลื่น
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) สำหรับการเบรกแบบกะทันหันบนถนนที่เปียก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมทิศทางของรถได้ดีขึ้น
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control) ป้องกันรถไหลขณะออกตัวบนทางลาดชัน ด้วยการคำนวณอัตราเร่งให้สมดุลกับระดับความชันของเส้นทาง
  • เซ็นเซอร์มุมกันชนรถทั้ง 4 มุม (มีในทุกรุ่น) และ เซ็นเซอร์กะระยะด้านท้ายรถ 2 จุด (ยกเว้นในรุ่น 2.5L HV Navigator)

ความปลอดภัย แบบปกป้อง (Passive Safety)

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ระบบป้องกันการบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอ (WIL)
  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA
ราคาจำหน่าย New Camry 
 All New Toyota Camry Hybrid 2.5L Hybrid Navigator
ราคาจำหน่าย 1,869,000 บาท
• All New Toyota Camry Hybrid 2.5L Hybrid DVD
ราคาจำหน่าย 1,699,000 บาท
• All New Toyota Camry Hybrid 2.5L Hybrid CD
ราคาจำหน่าย 1,649,000 บาท
• All New Toyota Camry 2.5G
ราคาจำหน่าย 1,499,000 บาท
• All New Toyota Camry 2.0G
ราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท