Toyoto Prius ปรับโฉมใหม่ เพิ่มอุปกรณ์ไฮเทค เหมาะกับอากาศของประเทศไทย


บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดตัว “โตโยต้า พริอุส ใหม่ (ปรับโฉม)” ชูจุดขายระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดเชื้อเพลิง เสริมความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีรอบคัน อาทิ ระบบระบายอากาศอัตโนมัติจากพลังงานแสงอาทิตย์ การเปิด-ปิดแอร์ก่อนขึ้นรถด้วยกุญแจรีโมท พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะบนกระจกหน้า เปิดทางเลือก 3 รุ่นย่อย สนนราคาตั้งแต่ 1.199- 1.369 ล้านบาท

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ โตโยต้า พริอุส อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2553 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วโลกที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 2,500,000 คัน (ยอดขายสะสมตั้งแต่ พ.ศ.2540 ถึง มกราคม 2555) ซึ่งสามารถยืนยันความสำเร็จของ พริอุส ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ พริอุส ใหม่นั้น ยังคงเป็นรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว และมีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายที่ช่วยลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและ ประหยัดเชื้อเพลิง อาทิ ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่สามารถขับเคลื่อนรถด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่าง เดียวหรือขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยสนับสนุน กระบวนการผลิตที่มีการนำวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มาเป็นวัตถุดิบ ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาใช้มากขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนานในการขับขี่

เทคโนโลยี อัจฉริยะ (Intelligent Equipment)


ระบบระบายอากาศอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Ventilation System) แผงโซลาร์บนหลังคารถจะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ใน การทำงานของพัดลมสำหรับระบายความร้อนออกจากห้องโดยสารขณะจอดกลางแดด เพื่อลดอุณหภูมิห้องโดยสาร ช่วยลดการทำงานของระบบปรับอากาศ ทำให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โตโยต้านำมาใช้กับรถยนต์

ระบบปรับอากาศ เปิด-ปิดด้วยกุญแจรีโมท (Remote Air-Conditioning System) สามารถควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศจากภายนอกห้องโดยสารเพื่อเปิดแอร์ ก่อนขึ้นรถ ช่วยให้ห้องโดยสารเย็นสบาย โดยไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเพราะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรีไฮบริด

ระบบนำทางบนกระจกหน้า (Head-up Display) จอแสดงผลอัจฉริยะบนกระจกหน้าสามารถเลือกแสดงผลได้หลากหลาย อาทิ แสดงทิศทางการเดินทางตามข้อมูลจากระบบนำทาง (Navigator) แสดงมาตรวัดความเร็ว หรือแสดงผลการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ด้านการออกแบบภายนอก กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า(เฉพาะรุ่นท็อป-ท็อปออฟชั่น) และหลังแบบ LED มาพร้อมหัวฉีดล้างทำความสะอาดโคมไฟหน้า และระบบควบคุมการเปิด-ปิด ปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วน้ำหนักเบา ช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุนวนของอากาศบริเวณซุ้มล้อ

ส่วนภายใน เบาะคนขับปรับเลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ปรับได้ 8 ทิศทาง แผงคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และพวงมาลัย เลือกใช้สีดำเข้มเติมอารมณ์สปอร์ต ติดตั้งระบบนำทาง พร้อมDVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว 1CD/MP3, WMA ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย Bluetooth พร้อมลำโพง 8 จุด และเพาเวอร์แอมป์จาก JBL (เฉพาะรุ่นท็อปออฟชัน) เสริมช่องต่อ USB/AUX (เฉพาะรุ่นท็อป-ท็อปออฟชัน)

การขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์รหัส 2ZR – FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i ความจุ 1797 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 รองรับพลังงานทางเลือก E10 ประสานการทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่พัฒนาระบบเกียร์ทดกำลังให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบายิ่งขึ้น ส่งกำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ หรือ 82 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร ใช้แบตเตอรีไฮบริด Ni-MH (Nickel-Metal Hydride) ที่มีน้ำหนักเบาและทนทานยิ่งขึ้น ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ (Electronic Gear Shift) พร้อมระบบคันเกียร์ที่กลับคืนสู่ตำแหน่งกลางโดยอัตโนมัติทุกครั้งหลังการเข้าเกียร์

รูปแบบการขับขี่ตอบสนองได้ทุกอารมณ์ เริ่มจากโหมดการขับขี่ทรงพลัง (PWR Mode) ระบบจะผสานกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองการขับขี่อย่างทันใจ, โหมดการขับขี่ประหยัดน้ำมัน (ECO Mode) ระบบจะเลือกใช้กำลังในการขับเคลื่อน จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และโหมดการขับขี่เงียบสนิท (EV Mode) ระบบจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ให้การขับขี่ที่เงียบสนิท เหมาะสำหรับการเดินทางในบริเวณที่ใช้ความเร็วต่ำ

ขณะที่ความปลอดภัยติดตั้งมาครบครัน นำโดยกระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำ, กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ , ระบบควบคุมการปัดน้ำฝนอัตโนมัติ , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ทำงานร่วมกับ EPS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRCและระบบป้องกันล้อล็อก ABS เสริมการติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 จุดรอบคัน ด้านหน้า 2 ด้านข้าง 2 ม่าน 2 และเข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง

ราคาทั้ง 3 รุ่น

  • 1.8 Top Option        ราคา    1,369,000    บาท
  • 1.8 Top                      ราคา    1,299,000    บาท
  • 1.8 Standard            ราคา    1,199,000    บาท

5 สี ให้เลือกสรร

  • White Pearl Crystal (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • True Blue Metallic
  • Silver Metallic
  • Attitude Black Mica
  • Red Mica Metallic