New Suzuki Swift 1.25 Litre EcoCar ที่น่าเล่น


บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ส่งเจ้า “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” ออกมาอาละวาดในเซกเม้นท์ของอีโคคาร์แล้วโดยจะเป็นรถยนต์ตระกูลอีโคคาร์ลำดับที่ 5 ของเมืองไทย ซึ่งทางบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชูสมรรถนะโดดเด่นจากช่วงล่างหนึบแน่น พร้อมเครื่องยนต์ 1.25 ลิตร แถมประหยัดน้ำมัน เคาะราคาเพียง 3 รุ่นย่อยเกียร์อัตโนมิติ CVT 469,000-559,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาต้องรอเดือนตุลาคม

 

 

“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” (All New Suzuki Swift) สวมเข้าโครงการอีโคคาร์ของรัฐบาลไทย และวางเครื่องยนต์ 1.25ลิตร (กำหนดเครื่องยนต์เบนซินพิกัดไม่เกิน 1400ซีซี) ส่วนรุ่นเดิมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรก็ยุติการทำตลาดไป

นอกจากนี้ยังผ่านคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กม./ลิตร ตามมาตรฐานทางเทคนิค UNECE Reg. 101, Rev.1 Combine Mode ขณะเดียวกันด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4 และมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากท่อไอเสียไม่เกิน 120 กรัม/กม.

 

สำหรับ “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” ยึดพื้นฐานการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดิม ขณะที่หน้าตาปรับเพิ่มความสดใหม่ในหลายๆจุด ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า โคมไฟหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ เส้นสายปราดเปรียวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนไฟท้ายดีไซน์ใหม่รับกับ Shoulder Line พร้อมล้อกระทะขนาด 15 นิ้วใน รุ่น GA และ GL ขณะที่ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้วจะมาในรุ่น GLX ซึ่งผมเองก็มองว่าการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะดูลงตัวและสวยกว่ารุ่น 1.5 อยู่พอสมควรทั้งภายนอกและภายใน

 

ภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต คันเกียร์และสวิทช์ต่างๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ โดยรุ่น GLXจะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนัง มาพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจัดมาเพียบไล่ตั้งแต่ ระบบ Keyless Push Start ช่วยให้สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ (เฉพาะรุ่น GL และรุ่น GLX) พวงมาลัยแบบ Tile-steering ปรับระดับขึ้น-ลงได้ ในระยะ 40 มิลลิเมตร และเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษแบบ Telescopic ปรับระยะหน้า-หลังได้ ในระยะ 36 มิลลิเมตร (เฉพาะรุ่น GL และ GLX) ตลอดจนเบาะนั่งแบบผ้าปรับระยะขึ้นลงได้ 32 มิลลิเมตร และปรับสไลด์ได้ 24 ระดับ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้ 60:40 เพิ่มความอเนกประสงค์

 

 

ในรุ่น GLX ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติช่วยควบคุมอุณหภูมิ (อันนี้ผมมองว่ากล้าให้มากๆและเป็นออฟชั่นที่ผมชอบส่วนตัว) ส่วน GA, GL เป็นแบบแมนวลมือหมุนขณะที่ชุดเครื่องเสียง รองรับ CD MP3พร้อมช่อง USB (เฉพาะรุ่น GL, GLX)

 

 

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B ขนาด 1242 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

สำหรับรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตรในรุ่น GA, GL และ 5.2 เมตรในรุ่น GLX ด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ทั้งยังขยายฐานล้อให้กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่

ความปลอดภัยจัดถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับ และระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ขณะที่ในรุ่น GLX จะเสริมถุงลมนิรภัย SRS ฝั่งผู้โดยสารมาอีกหนึ่งลูก

 

สีมีให้เลือกทั้งหมด 7 สี คือ สีขาว (Snow White Pearl), สีแดง (Ablaze Red Pearl), สีฟ้า (Boost Blue Pearl Metallic), สีส้ม (Sunlight Copper Pearl Metallic), สีดำ (Super Black Pearl), สีเทา (Mineral Gray Metallic) และ สีเงิน (Star Silver Metallic)

ส่วนราคาค่าตัวก็ตามข้างล่างนี้เลยครับ

  • GA ราคา 469,000 บาท
  • GL ราคา 507,000 บาท
  • GLX ราคา 559,000 บาท (ตัวท๊อป)
(สี Snow White Pearl เพิ่ม 5,000 บาทนะครับ)

เห็นราคาแบบนี้แล้วผมถือว่าโอเคเลยครับกับสิ่งที่ได้มา อ๊อฟชั่นจัดเต็มจริงๆไม่มีกั๊กไม่มีตอนเลยทีเดียว ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ

Suzuki ตั้งเป้าจำหน่ายไว้ที่ 10,000 คันในปี 2012 ถ้าหากมีการตอบรับที่ดีมากทาง ซูซูกิ จะเร่งปรับกระบวนการผลิตให้ทันกับความต้องการในภายหลัง