เปรียบเทียบตัวต่อตัวสองเทพแห่งอีโค่คาร์ Mirage กับ Swift


หลายคนอาจมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวอีโค่คาร์เทพๆอย่าง Suzuki Swift และ Mitsubishi Mirage ใครจะเหนือกว่าใคร หลังจากที่รถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ห้ำหั่นกันอย่างสนุกสนาน ทั้งในช่วงก่อนเปิดตัว ที่ดูเหมือนกระแส  Suzuki Swift จะมาแรงแต่ค่าย 3 เพชร ก็ไม่น้อยหน้าอวดโฉมรถอีโค่คาร์ออกมาประจันกันอย่างไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว

ศึกครั้งนี้ เป็นการเรียกเสียงของคนอยากมีรถอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อรถยนต์ ทั้ง 2 รุ่น ต่างก็มีดีและมีจุดขายในตัวเองที่ไม่เหมือนกัน จนเราได้รับคำถามมากมายว่า สรุปแล้วเราจะเลือกคันไหนดี แต่ว่าใครจะดีกว่าใครอาจจะเป็นเรื่องที่พูดยาก ที่เราคงต้องมาลองมาเปรียบเทียบกันดูคร่าวๆดีกว่า

ภายนอกต่างกัน Swift ใหญ่กว่า แต่ Mirage ทรงตัวดีกว่า

Suzuki จับเอาเรือนร่างขนาด B-Segment มาปรับให้เป็นอีโค่คาร์ ด้วยขนาด 3.850 ม.ม กว้าง 1,695 ม.ม. และสูง ราวๆ 1,510 มม. เป็นขนาดที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อนในอีโค่คาร์กลุ่มแฮทช์แบ็ค หรือถ้าจะว่าไปนี่คือเรือนร่างใหญ่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ตอบสนองด้วยฐานล้อขนาดยาว 2,430 ม.ม.

เรื่องการออกแบบ Suzuki Swift อีโค่คาร์ใหม่มาพร้อมกับการออกแบบที่ปรับให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น หลายคนที่คุ้นกับรถในรุ่น 1500 ซีซี ที่มาวางจำหน่ายก่อนหน้าอาจจะกล่าวว่าแทบไม่มีอะไรแปลกตาจากเดิม แต่แท้ที่จริงแล้ว Suzuki Swift  อีโค่คาร์มีการปรับในหลายๆ ส่วน เช่น ไฟหน้าไฟท้าย ส่วนเส้นสายที่คล้ายเดิม ดูคมเข้มขึ้นในความสปอร์ตที่ลงตัวมากกว่ารุ่นก่อน แต่จะชัดเจนขึ้น ถ้าคุณขับมันเทียบกัน ซึ่งผมมองว่าตัวอีโค่คาร์นี้สวยกว่าตัว 1500 ซีซี ซะอีก

ฝั่ง Mitsubishi Mirage  ก็ไม่ยิ่งหย่อนกันเลย มาปลุกกระแสช่วงกลางเดือนส่งภาพเวอร์ชั่นขายจริงออกสู่สายตาอย่างเป็นทางการ ด้วยเส้นสายที่เน้นความทันสมัย ที่เพิ่มการเน้นย้ำในความสปอร์ตของรถรุ่นนี้ว่ามีดีกรีที่แปลกแตกต่างอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ เมื่อมันมาพร้อมเส้นสายที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงว่าจะพบได้ในรถรุ่นนี้

เรือนร่างของ  Mirage มีความเล็กกว่าและเบากว่าคู่แข่งพอตัว โดยมีความยาวเพียง 3,71 0 มม. กว้าง 1,665 ม.ม. และสูงเพียง 1,490 ม.ม.มาพร้อมกับฐานล้อยาว 2,450 ม.ม.  ที่จะพูดแล้วนี่คือรถเล็กที่ไม่ธรรมดาแน่นอน ฐานล้อกว้างกว่า Swift ซะอีก ซึ่งฐานล้อกว้างก็หมายถึงการทรงตัวและเกาะถนนที่ดีนั่นเองนะครับ

เมื่อเทียบกันในมิติเรือนร่างของตัวรถ เราจะพบว่า Suzuki Swift มีความใหญ่กว่าในทุกด้านของมิติตัวถังไม่ว่าจะเป็นความยาว, กว้าง หรือ สูง แต่เมื่อเรามาดูในส่วนระยะฐานล้อที่มีส่วนช่วยในการทรงตัวผ่านล้อทั้ง 4 ของตัวรถ เจ้า Mitsubishi Mirage กลับมีฐานล้อที่ยาวกว่า และเมื่อพูดถึงกับขนาดของตัวรถเองที่มีความยาวเพียง 3.71 ม.อาจจะหมายถึงรถคันนี้จะมีระยะช่วงยื่นทางด้านหน้าและหลังที่สั้นกว่า ซึ่งหมายถึงความคล่องตัวกว่า และยังหมายถึงพื้นที่โดยสารทางตอนหลังที่จะมีที่วางขาดีกว่า

ภายใน ทันสมัยทั้งคู่ เน้นสปอร์ตเหมือนกัน

เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร สิ่งที่เราสามารถเห็นได้ในรถทั้ง 2 รุ่นเป็นเรื่องของการออกแบบที่อินไปในทางเดียวกันในการตอบสนองโจทย์ในเรื่องความสปอร์ตของตัวรถ ให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้น

ครั้งนี้เราขอเริ่มที่ Mitsubishi Mirage กันก่อนในการตอบโจทย์การออกแบบของอีโค่คาร์ เริ่มแนะนำด้วยสีโทนดำ ให้ความคมเข้มอย่างชัดเจนตรงหน้าคนขับมาพร้อมพวงมาลัย 3 ก้าน มาตรวัดแบบสปอร์ต คันเกียร์อัตโนมัติแบบขั้นบันได และการตบแต่งที่ตัดด้วยวัสดุเงา ช่วยให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับเบาะผ้าที่มีลวดลายดูแล้ว ทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีออพชั่นอื่นที่น่าสนใจ แต่อาจจะเจอได้ตั้งแต่รุ่นกลางขึ้นไป เช่น ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ใช้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และแอร์อัตโนมัติที่จะเจอได้ในรุ่นท๊อป

ด้าน Suzuki Swift เปิดประตูเข้ามาก็จะพบการออกแบบที่เน้นในความสปอร์ตเช่นกัน แต่ไปคนละแนวทาง ซึ่ง Suzuki ได้มีการเน้นไปในส่วนของความงามในแบบที่แตกต่าง แถมเรือนร่างที่ใหญ่ยังมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย ในเรื่องของพื้นที่ในห้องโดยสาร ทำให้ไม่รู้สึกว่าติดในพื้นที่แคบ

เรื่องออพชั่นก็จัดมาให้เต็มไม่แพ้กันด้วยออพชั่นต่างๆ มากมาย แม้ส่วนใหญ่จะดันเข้าไปสู่รุ่นท๊อปของค่าย แต่ก็การให้ระบบแอร์อัตโนมัติ ปุ่มสตาร์ท และที่สำคัญหนึ่งเดียวกับพวงมาลัยที่สามารถยืดเข้า-ออก ได้ก็เป็นอะไรที่เราคงไม่ได้เห็นบ่อยนัก

ถ้าให้ฟันธงในยกนี้ คงต้องบอกว่าเสมอกันทั้งทางด้านของ การออกแบบ และ ออพชั่นจะมีเฉือนกันก็ตรง Suzuki มีพวงมาลัยปรับเข้าออกได้ แต่จะหาได้ก็ต้องยอมจ่ายเงินค่าตัวหน่อย

เครื่องยนต์ต่างกัน แต่ความทรงพลังใกล้เคียง

เมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญในรถยนต์แล้ว เครื่องยนต์เป็นอะไรที่หลายคนคงต้องมองเป็นอันดับต้น และสิ่งที่อยู่ใต้ฝากระโปรงรถยนต์อีโค่คาร์ ทั้ง 2 คันนี้กลับมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกันในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน และรักษาสิ่งแวดล้อม ตามกฏของรถที่จะได้ชื่อและเข้าตามกฎเกณฑ์อีโค่คาร์

Suzuki Swift  เป็นรถที่เราได้สัมผัสมาแรก และใต้ฝากระโปรงคันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว และทันสมัยยิ่งกว่าเครื่องยนต์รุ่นอื่นๆด้วยระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและอเสีย  รีดแรงม้าสุงสุดได้ถึง 90 ตัว ที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุดให้ 118 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ในรุ่นที่วางจำหน่ายตอนนี้มีเพียงเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น ใช้แบบ CVT  มาพร้อมอัตราทดเกียร์ 4.006-0.550 ส่วนเกียระรรมดารอยาวถึงตุลาคม

ฝั่ง Mitsubishi ก็มาแบบจัดเต็มเช่นกัน ด้วยเครื่องยนต์แบบ 3 สูบแถวเรียง ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดทำได้ 100 นิวตันเมตรที่ 4000 รอบต่อนาที มีระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT  ให้เลือกตามความต้องการ โดยเกียร์ อัตโนมัติ มีอัตราทดเกียร์ 4.007-0.550

หากมองในภาพรวมแล้ว เราจะพบว่า Mirage เป็นรองในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ แต่ว่าเครื่องยนต์จะทำให้รถขับดีหรือไม่ ไม่ใช่แค่พลังเข้าว่า แต่ยังมีปัจจัยทางด้านน้ำหนัก ซึ่งแม้จะมีแรงมากกว่า แต่ Suzuki Swift กลับมีน้ำหนักสูงสุดถึง 975 ก.ก. ในรุ่นท๊อปส่วน Mitsubishi Mirage หนักสุดเพียง 870 ก.ก. เท่านั้น จะว่าไปต่างกันราว 95 ก.ก. เลยทีเดียว

ปลอดภัยก็สำคัญ มาตรฐานเหมือนกันทั้งคู่

ในด้านความปลอดภัยทั้ง Swift  และ Mirage  ต่างเดินทางสายเดียวกันด้วยการตอบโจทย์ในเรื่องของความปลอดภัย ที่มาพร้อมมาตรฐานช่วงล่างวางใจได้แบบ Mcpherson strut และ ทอร์ชั่นบีม ให้เบรค หน้า ดิสก์เบรคผสานกับด้านหลังที่เลือกใช้แบบดรัมเบรคทุกรุ่น เช่นกัน

รายละเอียดที่แทบไม่ต่างกัน ยังรวมถุงลมนิรภัย ที่ให้เฉพาะด้านคนขับในรุ่นทั่วไป และในรุ่นรองท๊อป (Mirage) กับท๊อปสุดให้ถึงลมนิรภัยคู่หน้ามาตอบโจทย์กัน (Mirage + Swift)  ที่ยังมีระบบเบรค ABS ผนวกการกระจายแรงเบรค EBD เช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่มีม้ามากกว่าก็ใช่ว่าแรงออกตัวดีกว่าหรือแรงกว่าเสมอไป และการที่มีน้ำหนักรถน้อยกว่า ก็ใช่ว่าจะออกตัวดีกว่าเสมอไป มันก็ต้องคำนึงถึงส่วนอื่นๆด้วยเช่น อัตราทดเกียร์ ขนาดยางที่ใช้ ค่าแรงบิดต่อน้ำหนักรถ ค่าแรงม้าต่อน้ำหนักรถ ซึ่งถ้าคำนวนคร่าวๆแล้วม้าของเจ้า Mirage จะแบกน้ำหนักรถมากกว่า Swift ด้วยซ้ำไปนะเนี้ย

ทีนี้ก็เหลือต้องไปลองขับดูทั้งสองรุ่นว่ารุ่นไหนถูกใจเรา เหมาะกับการใช้งานเราและคุ้มกับเงินที่เราจ่ายไปมากกว่ากันนั่นแหล่ะครับ จริงไหม?

Credit: Sanook Auto และ คุณณัฐยศ ชูบรรจง
เพิ่มข้อมูลบางส่วน: StreetUse