เปิดตัว New Toyota Corolla JDM เวอร์ชั่นญี่ปุ่น


Toyota Corolla ใช้เวลาเดินทางมานานถึงครบรอบ 46 ปี เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจนไม่นึกเลยว่ามันจะถึงวันเปิดตัวรถยนต์ Toyota Corolla เจนเนอเรชั่นที่ 11 ในตลาดญี่ปุ่นกันไปแล้ว ด้วยรูปแบบพิเศษสุดๆ สำหรับตลาดญี่ปุ่น และน่าจะเป็นทลายกำแพงกั้นระหว่าง Toyota Corolla ตลาดโลก และตลาดญี่ปุ่นแบบแยกออกจากกันเกือบ 100% เพราะตำแหน่งการตลาด และจุดประสงค์การพัฒนาแทบจะเรียกว่าเป็นคนละโลกกันเลย

Toyota Corolla โฉมใหม่เวอร์ชันญี่ปุ่นถือเป็นการกลับไปสู่แนวคิด Corolla ดั้งเดิมล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวรถที่ถูกออกแบบให้มีความสุขุมสงบ ใช้งานได้จริง และเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกท่าน ด้วยการลดขนาดตัวถังจนมีขนาดพอกับรถยนต์นั่งขนาดซับ คอมแพคของตนเองนั่นก็คือ Toyota Belta/Vios ซึ่งหมายความว่า Toyota Corolla โฉมใหม่ จะเป็นรถขนาดเล็กที่สามารถนำพาผู้ใหญ่ 4 คนสัญจรไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก โดยไม่ได้คำนึงถึงภาพลักษณ์อะไรมากนัก ส่วน Toyota Belta/Vios ในญี่ปุ่นก็จะต้องยุติบทบาทลงไปแล้วหันไปเน้นตลาดโลกแทน

โดยงานนี้ทาง Toyota ได้ตัดสินใจหั่นขนาดตัวถังซีดาน (Sedan) นาม Toyota Axio ลง 50 มม.และตัวถังแวกอน หรือ Toyota Fielder ลง 60 มม. ภายใต้ความท้าทายใหม่ด้วยการขยายเนื้อที่หัวเข่าผู้โดยสารตอนหลังอีก 40 มม. เพิ่มเนื้อที่ห้องสัมภาระอีก 90 มม. จนมีความจุประมาณ 410 มม.

โดยสำหรับการออกแบบที่เริ่มนำความแปลกใหม่เข้ามาสู่ Toyota Corolla โฉมใหม่คือ การขยายเนื้อที่กระจกบังลมหน้าให้กินเนื้อที่เสาหลังคา ขยายขอบเขตทัศนวิสัยรอบคันให้ได้มากที่สุด ซึ่ง Toyota Corolla Axio ยังคงรักษาความมีคุณภาพ และศักดิ์ศรี ด้วยกระจังหน้าจัดเต็มโชว์ความหรู ส่วน Toyota Corolla Fielder แวกอนขนาดกะทัดรัด คล่องตัว มีความอ่อนเยาว์ และน่าดึงดูดมากขึ้น เส้นสายเรียบง่ายเน้นวัสดุรีไซเคิล

ภายในห้องโดยสารแทบจะถอดแบบออกมาจาก Toyota GT86 ดันเลยทีเดียว แต่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของ Corolla นั่นก็คือการใช้งานที่ง่าย ให้สัมผัสคุณภาพสูงทันทีที่เปิดประตู คอนโซลกลางติดตั้งอุปกรณ์ในตำแหน่งธรรมชาติที่สามารถเอื้อมหรือหยิบจับได้ง่าย เน้นรายละเอียดกระจุกกระจิกเล็กน้อย

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ Toyota Corolla ใหม่ในโฉมญี่ปุ่น มีแนวโน้มในการลดขนาดเครื่องยนต์ลงจากเดิม โดยในรุ่น 4 ประตูที่น่าจะเป็นเวอร์ชั่นไทยเราจะได้สัมผัส มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.3 และ 1.5 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่จะประจำการใน Corolla Axio จะมีให้เลือกเครื่องยนต์ถึง 2 แบบด้วยกัน ได้แก่

  • เครื่องยนต์ 1NR-FE DOHC Dual VVT-I 16 วาล์ว 1,339 ซีซี ให้กำลังเพียงแค่ 69 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 9.4 กิโลกรัมเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที
  • เครื่องยนต์ 1NZ-FE DOHC VVT-I 1,496 ซีซี รุ่นเกียร์ธรรมดา 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กิโลกรัมเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที

และยังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลัง 103 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.5 กิโลกรัมเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที รุ่นเกียร์ CVT ให้กำลัง 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.9 กิโลกรัมเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที ทั้งนี้มีการการันตีตัวเลขอัตราประหยัดสูงสุดถึง 20.6 กิโลเมตรต่อลิตร จากการทดสอบในโหมด  JC08  ซึ่งถือเป็นตัวชูโรงด้วยเทคโนโลยี  Dual VVTi

ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ใช้ขุมพลังรหัส 1 NZ-FE  ที่คุ้นหน้าตาในบ้านเรา ที่จะประจำการใน Corolla Fielder เป็นหลัก แต่มีการปรับแต่งเรื่องสมรรถนะความประหยัด เช่นเดียวกับลดการเสียดทานในการทำงาน และที่สำคัญมาพร้อมกับระบบเกียร์  CVT-I  ลดการกระตุกของเกียร์ ช่วยเพิ่มอำนาจการตอบสนอง และการเร่งที่ลื่นไหลกว่า ทำให้  Toyota เคลมอัตราประหยัดสูงสุด 20 ก.ม./ลิตร และยังมีระบบ Start- stop หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราวเมื่อการจราจรติดขัด ให้เลือกเป็นออพชั่นถ้าต้องการ โดยเมื่อติดตั้งระบบนี้เข้าไป อัตราประหยัดจะเพิ่มขึ้นเป็น 21.4 ก.ม./ ลิตร

และแน่นอนว่ายังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้า Corolla Fielder นั้นยังมีเครื่องยนต์ในระดับ 1,800 ซีซี ให้เลือกเป็นตัวเลือกพิเศษอีกนั่นก็คือ เครื่องยนต์ 2ZR-FAE DOHC Dual VVT-i VALVEMATIC 1,797 ซีซี 140 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 17.5 กิโลกรัมเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที

ด้านความปลอดภัย  Toyota Corolla  ใหม่ มาพร้อมกับระบบต่างๆมากมาย พร้อมความใจปล้ำติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัวหรือ Vehicle Stability Control (VSC)  มาเป็นมาตรฐานใหม่  พร้อมระบบควบคุมการลื่นไถล Traction Control (TRC) และยังมีระบบป้องกันเกิดการชน อาทิเช่น เบาะป้องการการบาดเจ็บที่ต้นคอ Whiplash Injury Lessening (WIL) เช่นเดียวกับ ถุงลมคู่หน้า โดย Toyota เปิดเผยว่า รถรุ่นนี้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาว Japan New Car Assessment Program

Toyota Corolla  ใหม่ โฉมตลาดญี่ปุ่นเริ่มลงตลาดแล้ว ด้วยราคา 1.55 ล้านเยน และ สูงสุด 1.97 ล้านเยน ส่วนการปรับโฉมในบ้านเรายังไม่มีข่าวคราวออกมา ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไป

Credit: Auto Sanook และ Toyota Japan Co, Ltd.

เรียบเรียง: StreetUse