เรื่องของลมยาง อย่าคิดว่าไม่สำคัญ !!!


อยากจะเล่าเรื่องใกล้ตัวเรามากๆเวลาเราใช้รถซักนิดครับ เป็นเรื่องที่อยากจะเอามาแชร์กันเป็นความรู้ถ่ายทอดกันไป เรื่องที่ใครหลายคนอาจจะไม่ค่อยได้ใส่ใจนักเวลาขับรถหรือใช้รถ นั่นก็คือ เรื่องของลมยาง

เรื่องของลมยางนั้น จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ควรรู้อย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ายางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรงแถมยังต้องรองรับน้ำหนักโหลดทั้งหมดของรถ รวมถึงยังต้องรองรับความเร็วที่เรากระทืบคันเร่งอีกด้วย เกิดเป็นยางนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ เหมือนเป็นที่รองรับอารมณ์คนขับเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

สิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ ก็จะพูดว่า เติมลมยางแบบไหนถึงจะดี ถ้าลมอ่อนไปแข็งไปจะให้ผลอย่างไรต่อการขับขี่ ขอแบบไม่ยาวๆมากเท่าไหร่ เดี๋ยวจะอ่านแล้วเบื่อกันไปซะก่อน เพราะมันเป็นเรื่องที่อาจจะอ่านแล้วไม่สนุกเอาเสียเลย

มาเริ่มกันเรื่องเบื้องต้นกันก่อนว่าลมยางมีหน้าที่ทำอะไร อย่างที่บอกไปแล้วว่า ยางรถยนต์จะสัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง ลมยางก็มีไว้เพื่อซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนมาสู่รถ ช่วยให้ยางยังคงรูปซึ่งจะส่งผลทำให้ล้อหมุนไปได้ งั้นก็ถามว่า แล้วลมยางเนี้ย เราต้องเช็คกันบ่อยแค่ไหนล่ะ ตอบง่ายๆครับ ไม่ต้องเช็คกันทุกวันหรอกครับ แบบนั้นมันก็เกินไปหน่อย ถ้าล้อมันไม่ได้แบนจนมองด้วยตาแล้วเห็นชัดเจน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเติมมันบ่อยๆครับ เรื่องของลมยางเนี้ย ปกติเวลาเราใช้รถ ลมยางมันมีซึมออกมาทุกวันอยู่แล้ว ซึมออกทีละนิดแบบเราไม่รู้สึกและไม่รู้ แต่มันซึมนะ ถ้าจะเอาว่าต้องเช็คบ่อยแค่ไหนแบบมีเหตุผลนะครับ ก็อยากจะแนะนำให้เช็คซัก อาทิตย์ละครั้งก็พอครับ หรือจะซัก 2 อาทิตย์ครั้งก็ได้ครับ ตัวผมเองเช็ค 2 อาทิตย์ครั้งแล้วแต่ว่าขี้เกียจไหม

แล้วเติมลมยางเท่าไหร่ดี

ค่าลมยางว่าต้องเติมลมยางเท่าไหร่ดี มันก็มีค่าที่เป็นสเปคของรถแต่ละรุ่นอยู่แล้วนะครับ ว่ารถปกติ เติมลมยางหน้าหลังเท่าไหร่ ถ้ามีโหลด เช่น บรรทุกหนัก เติมลมหน้าหลังเท่าไหร่ ค่ามาตรฐานนี้จะติดอยู่ที่ขอบประตูรถฝั่งคนขับแทบทุกรุ่นครับ ในคู่มือใช้รถก็มีบอก ดูกันเองนะครับ เติมมากกว่าหรือน้อยกว่าสเปค 1-2 ปอนด์ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่แนะนำว่าเติมแข็งกว่าสเปคจะขับดีกว่าเติมน้อยกว่าสเปคนะครับ

ส่วนคำว่าลมยาง ‘แข็งเกินไป – อ่อนเกินไป’ หากค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง + ไปมากจนเกินไปคือยางที่แข็งขึ้น และ – ลงไปมากๆ คือยางอ่อนลง (เช่นค่าปกติของคู่มือ 28 แต่แรงดันลมยางคุณเหลือ 20 นั่นคืออ่อนเกินไปมากแล้ว)

แข็งไป – อ่อนไป จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?

ถ้าบ้านมีจักรยาน ก็ของเล่นดูว่าถ้าลองปล่อยลมยางจักรยานให้อ่อนลง แล้วลองขี่ซักรอบ คุณจะพบว่ายางมันย้วย เมื่อจะปั่นให้เร็วขึ้นก็ต้องใช้แรงมาก เข้าโค้งทีก็จะย้วยๆ ยวบยาบ แต่ก็จะนิ่มก้นหน่อยนึง จากนั้นสูบลมให้แข็ง แล้วลองขี่ดูอีกที คุณจะพบว่าสามารถเร่งความเร็วได้ง่ายขึ้น แต่แลกมาด้วยอาการกระด้างของจักรยาน หรือเจ็บก้นมากขึ้น

ในรถยนต์นั้น เรา ‘บวกอาการเพิ่มไปอีก’ แรงดันลมยางที่อ่อนจะทำให้รู้สึกนุ่มนวล หนึบขึ้นอีกนิด แต่ก็กินน้ำมันกว่าปกติ เพราะเครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น ในการเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า แถมในกรณีที่ลมยางอ่อนไปมากๆ รถจะมีอาการโคลงและย้วยแบบรู้สึกได้ ยิ่งถ้าในโค้งเจอรอยต่อถนนเนี้ย รู้สึกได้ชัดเจนมากๆเลยครับ อันนี้ผมเจอมาแล้ว อีกอย่าง ถ้าลมยางอ่อนเกินไป ยางด้านนอกจะสึกมากกว่ายางด้านในอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร เมื่อเจอหลุม หรือมีการกระแทก โอกาสที่ยางจะยุบตัวจนกระแทกกับกระทะล้อก็มี และที่สำคัญหากใช้ลมยางอ่อนมากๆ วิ่งทางไกล ใช้ความเร็วสูง แก้มยางบิดตัว ยางร้อนจัด แรงดันในลมยางจะขยายตัวอย่างมหาศาล มีสิทธิ์เสี่ยงต่ออาการยางระเบิดได้ (อันนี้ขอย้ำครับว่า ลมยางอ่อนแล้วรถวิ่งความเร็วสูงๆแช่เป็นเวลานาน เสี่ยงยางระเบิดสูงมากกว่าเติมลมยางแข็งเกินไปนะครับ)

ส่วนยางที่แข็งเกินไป คุณอาจจะออกตัวได้ดีขึ้น แต่ก็จะทำให้การยึดเกาะถนนน้อยลง เพราะหน้ายางสัมผัสพิ้นน้อยกว่า ตามมาด้วยอาการกระด้าง หรือสั่นสะเทือนของรถ ส่งผลไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องทำงานหนักขึ้น เช่น ช๊อคฯ และส่วนที่สึกอย่างเห็นได้ชัดคือส่วนกลางของดอกยาง เพราะรับน้ำหนักอยู่จุดเดียว โอกาสระเบิดก็มีเหมือนกัน หากโดนกระแทกแรงๆ เช่นกรณีตกหลุมในขณะใช้ความเร็วสูง แต่โอกาสระเบิดจะน้อยกว่าเติมลมยางอ่อนนะครับ

เมื่อคุณสามารถจับอาการของรถได้แล้ว ค่อยมาลองคำนวณดูว่า ชอบหรือไม่ชอบ ให้ลมยางแข็ง-อ่อนกว่าค่าปกติ (เล็กน้อย) แต่ในกรณีของคนที่ไม่สามารถแยกอาการของรถออก ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไป เอาค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง จะมากหรือน้อยกว่าสัก 1-3 ปอนด์ก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าให้ถึงกับไม่เช็คเลย หรือชะล่าใจจนลมยางอ่อนเกินไป

ขับออกต่างจังหวัด เติมลมยางแข็งหรืออ่อนดี

กลับไปที่ ‘ยางอ่อน เดินทางไกล ยางร้อนขึ้น อากาศขยายตัว (มีโอกาส) ยางระเบิดสูง’ กันก่อน หลายๆ ท่านเชื่อว่า ถ้าอย่างนั้น ปล่อยลมยางให้อ่อนไปเลย เมื่ออากาศขยายตัว ก็จะเท่ากับได้ลมยางปกติน่ะสิ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดน่ะซิครับ การเดินทางไกล หากใช้แรงดันลมยางอ่อน ยางจะมีการบิดตัวอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างยางจะมีการเสียรูป และนั่นทำให้อุณหภูมิของยาง ‘สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว’ ซึ่งเป็นอุณหภูมิสะสม ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ยางระเบิดเป็นอย่างมาก

ในการเดินไกล คุณควรเติมลมยางเพิ่มจากปกติเฉลี่ยสัก 2-4 ปอนด์ เพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการบิดตัวของยางให้น้อยลง ส่งผลให้ความร้อนไม่มากเกินไป เวลาใช้ความเร็วต่อเนื่อง (ไม่ใช่ไม่เพิ่มนะครับ เพิ่ม แต่ไม่มากเท่าลมยางที่อ่อน) พูดง่ายๆ คือ ลดความเสี่ยงลงนั่นเอง ตัวผมเองจะเติมลมยางมากกว่าปกติ 2 ปอนด์ในกรณีนั่งกัน 2-3 คน ถ้านั่งเต็มคัน 4-5 คนบวกกับสัมภาระผมเติมมากกว่าปกติ 4 ปอนด์ครับ และเมื่อเดินทางไกล ไป-กลับ เสร็จแล้ว อย่าลืมปล่อยลมยางให้เป็นค่าปกติด้วยนะครับ ทำในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้ ไม่ต้องถึงกับ ถึงบ้านปุ๊บ ปล่อยลมยางปั๊ป

หวังว่าคงจะเป็นข้อมูลที่ดีนะครับ และคงไม่ได้ยาวเกินไปที่จะอ่านนะ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจยางรถ นะครับ

Source: Motortrivia.com

เรียบเรียง: StreetUse