2013 Mercedes-Benz GL63 AMG – SUV พลังช้างสาร !!!


ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Mercedes-Benz ก็ต้องรู้จักรหัส GL ซึ่งเป็น SUV เป็นแน่แท้ ถ้าพูดถึง AMG แฟนๆของ Mercedes ก็ต้องรู้จักว่านี่คือรหัสสำหรับเวอร์ชั่นแต่งพิเศษของทาง Mercedes เค้า ถ้าเอา Mercedes GL กับ AMG มารวมกัน ก็ต้องมีคำถามหรือข้อสงสัยมากมายกว่า ทำไม Mercedes-Benz ถึงไม่เคยคิดที่จะทำ GL เวอร์ชั่น AMG ออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกบนถนนซักที ทั้งๆที่โครงสร้างของรุ่น GL63 นั้นมีอะไรที่เหมือนกับรุ่น ML63 หลายอย่างโดยรุ่น ML63 นั้นมีเวอร์ชั่น AMG แล้วด้วย และในที่สุด ทาง Mercedes-Benz ก็ได้ตัดสินใจที่จะทำ GL63 ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ออกมาเป็นเวอร์ชั่น AMG ออกมาซะที ซึ่งเจ้า 2013 Mercedes-Benz GL63 AMG ก็จะเป็นเรื่องราวที่ผมจะนำเสนอในบทความนี้

ทาง Mercedes-Benz ได้ปล่อย GL63 AMG ออกมาอาละวาดอย่างเป็นทางการโดยเริ่มต้นที่ตลาดอเมริกา และคาดว่าจะพร้อมจำหน่ายจริงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2013

แน่นอนครับว่า ถ้าเป็นเวอร์ชั่น AMG มันต้องมีอะไรพิเศษกว่าตัวธรรมดา เริ่มกันด้วยเครื่องยนต์ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินในรหัส M157 Direct Injection เทอร์โบคู่ ความจุ 5.5 ลิตร V8 จูนใหม่ทั้งหมดโดย AMG และสามารถคลอดม้าออกมาวิ่งผล่านบนถนนได้ทั้งหมด 550 ตัว โดยมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 77.4 กก./-ม. และทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม. ม้าทั้งหมดจากเครื่องยนต์จะถูกส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เรียกว่า Benz’s 4Matic โดยจะถ่ายเทกำลังไปสู่ล้อหลัง 60% ล้อหน้า 40%

ระบบเกียร์ลูกนี้มีโหมดการใช้งานทั้งหมด 3 โหมดด้วยกันอันได้แก่

  • Controlled Efficiency Mode ( C ) ซึ่งเป็นโหมดการขับแบบ ECO เพื่อให้ประหยัดน้ำมันสูงสุด
  • Sport Mode (S) ซึ่งเป็นโหมดเอาไว้ซิ่งล้วนๆ
  • Manual Mode (M) เป็นโหมดเอาไว้ใช้เหมือนเกียร์ธรรมดา โดยผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้

ไม่ใช่แค่ความเร็วขนาดนี้ที่ถือว่าเร็วที่สุดในบรรดารถ SUV 7 ที่นั่งที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด แต่เจ้า GL63 AMG ยังเร็วกว่ารถสปอร์ตในแบรนด์เดียวกัน SLK350 และ C350 Coupe ซึ่งทำความเร็วอยู่ที่ 5.1 และ 5.5 วินาที อีกด้วย ถ้าวัดกันวิ่งแดร๊กจับเวลาจาก 0-100 กม./ชม. และมีอัตราประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 12.3 ลิตร/100 กม.

ระบบรองรับน้ำหนักก็สุดไฮเทคฯเพื่อที่จะสามารถจัดการกับเจ้า GL63 ซึ่งมีน้ำหนักตัวถึง 3 ตัน โดยระบบรองรับน้ำหนักก็จะใช้ระบบที่เรียกว่า AMG Ride Control System ซึ่งจะทำงานร่วมกับ Benz’s Airmatic ซึ่งเป็นระบบรองรับน้ำหนักแบบถุงลม ซึ่งจะเป็นระบบรองรับน้ำหนักที่ปรับแข็งอ่อนได้เองตามการขับขี่และความเร็วรถ ตามด้วย Active Damping System ระบบรองรับน้ำหนักมี 2 โหมดหลักๆได้แก่ comfort ซึ่งเน้นขับสบายๆนุ่มนวล และ sport เอาไว้วิ่งเร็วๆและเน้นซิ่ง อีกทั้งยังมีล้อขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบาหวิวของ AMG ขนาด 21 นิ้ว ปิดท้ายด้วยดิสเบรคโตๆที่พร้อมจะหยุดพยศของฝูงม้าขนาด 15.4 นิ้วสำหรับด้านหน้า และ 13.6 นิ้วสำหรับด้านหลัง

ส่วนภายในก็จะให้เบาะหนังสีดำและคอนโซลก็เป็นสีดำทั้งหมดเพื่อความดุดันและดูสปอร์ตพร้อมกับเครื่องเสียงคุณภาพสูงของ Bang & Olufsen อีกทั้งยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆมากมายเช่น Keyless-Go (start รถไม่ต้องใช้กุญแจ), Active Parking Sensor, Attention Assist และ Collision Precention Assist ซึ่งจะเป็นระบบเตือนคนขับในกรณีถอยหลังแล้วจะจนโดยจะใช้ระบบเรดาห์ทั้งหมด

ชักจะยาวไปซะละ ผมว่าพอเท่านี้ละกันนะครับ ถือว่าเป็นข้อมูลแบบพอหอมปากหมอคอละกันนะครับ

Images: Motor Trend