Honda Fit EV 2013 – ประหยัดตัวพ่อ พร้อมขายจริง


ก็ต้องยอมรับว่า กระแสของรถยนต์พลังงานทางเลือกและอีโค่คาร์นั้นมาแรงมากๆเลยช่วงนี้ สาเหตุก็อย่างเป็นที่รู้ๆกันว่า ราคาน้ำมันโลกนั้นมันผันผวนมากมายและยังมีแนวโน้มว่าจะขึ้นไปอีกในอนาคต หลายวันก่อน ผมก็ได้หยิบยกเรื่องราวของ Honda Jazz Hybrid มาแล้วครั้งหนึ่ง และในวันนี้ผมก็ได้ไปพบเจอเรื่องราวรถรุ่นเดียวกันจากค่ายเดียวกัน แต่ใช้พลังงานขับเคลื่อนต่างกันแต่ประหยัดกว่าเยอะ นั่นก็คือ Honda Fit (Jazz) EV 2013 ซึ่งเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด

Honda Fit EV รุ่นปี 2013 รถซับคอมแพค (Sub Compact) พลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์คันแรกของ Honda ซึ่งมีกำหนดออกจำหน่ายในช่วงกลางปีนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นรถที่มีอัตราความประหยัดมากที่สุดโดยหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐ หรือ Environmental Protection Agency (EPA) ด้วยตัวเลขที่น่าทึ่ง 118 MPG-E

จากการทดสอบขับขี่ในทุกสภาวะ EPA ระบุว่า Fit EV ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน กำลัง 20 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และ 92-กิโลวัตต์ มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้รวมกันจะสร้างกำลังขับที่ 123 แรงม้า (เยอะเหมือนกันนะเนี้ย) และสามารถวิ่งได้ด้วยระยะทางไกล 131 กิโลเมตร (จากการชาร์ตไฟครั้งเดียว) หรือเท่ากับค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟที่ 500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หากเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปแล้ว Honda Fit หรือ Jazz รุ่นปกติ จะต้องเติมน้ำมันมูลค่าราว 1,800 เหรียญฯ หากมีระยะทางขับขี่เฉลี่ย 19,312 กิโลเมตรต่อปี

โดย Honda Fit EV 2013 จะมีระยะทางขับเคลื่อนเหนือกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่าง Ford Focus Electric (122 กิโลเมตร), Nissan Leaf (117 กิโลเมตร) และ Mitsubishi i-MiEV (99 กิโลเมตร) อีกทั้งยังใช้เวลาชาร์จไฟน้อยกว่าคู่แข่งด้วย โดย Honda ได้กล่าวว่า การชาร์ตไฟให้เต็มจากตัวชาร์จที่มีไฟฟ้าขนาด 240 โวลต์จะใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ Nissan Leaf จะใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียวจากการใช้ตัวชาร์จไฟตัวเดียวกัน

สำหรับ Fit EV จะมีค่าตัวอยู่ที่ 37,415 เหรียญฯ เมื่อออกจำหน่ายในรัฐแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และตลาดทางฝั่งอีสต์โคสต์ในช่วงกลางปีนี้ โดยมีจำนวนการผลิตจำกัดเพียง 1,100 คันในช่วงสามปีแรก หลังจากนี้ Honda จะส่ง Fit EV ออกบุกตลาดประเทศอื่นต่อไป

เราก็ต้องมาลุ้นกันล่ะครับว่า ที่ Honda จะบุกตลาดประเทศอื่นต่อไปนั้น จะรวมถึงประเทศไทยด้วยหรือเปล่า ยังไงก็ภาวนาให้นำเข้ามาขายในไทยด้วยละกันนะครับ เพราะจะได้ให้คนไทยมีทางเลือกอีกทางสำหรับการเลือกใช้รถพลังงานทางเลือกแบบนี้