เข้าศูนย์หรืออู่นอกดี?


สำหรับผู้ใช้รถยนต์ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงเป็นสิ่งที่สำคัญ และการที่สถานที่จะไปใช้บริการก็เป็นสิ่งที่สำคัญ วันนี้ผมมีวิธีเลือกใช้บริการมาให้แชร์กันเป็นแนวทางในการเลือกใช้บริการครับ

ส่วนใหญ่แล้ว เราๆท่านๆจะใช้รถกันทุกวัน ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้รถทุกวัน ไม่ค่อยมีวันได้พักรถ แล้วถ้าวันหนึ่งเราพบว่ารถยนต์คู่ใจเกิดป่วยขึ้นมา ดูอาการแล้วคงไม่แคล้วต้องส่งให้มืออาชีพจัดการรักษาและแก้ไข ว่าแต่ว่าเราจะเลือกส่งไปรักษาตัวที่ไหนดีล่ะ ระหว่างศูนย์บริการ อู่ซ่อมทั่วไป หรือศูนย์ซ้อมอิสระ เพื่อให้รถนั้นหายจากอาการป่วย พร้อมกับได้รับความคุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด ผมเลยอยากจะรวมรวบข้อมูลมาให้เป็นเครื่องมือสำหรับพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ก่อนจะส่งรถไปซ่อมไปแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์

รถใหม่ต้องศูนย์บริการ

เนื่องจากรถยนต์ป้ายแดงทุกรุ่นจะมีการรับประกันคุณภาพของอุปกรณ์ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตในขอบเขตที่เหมาะสม ซึ่งหากยังอยู่ในระยะประกัน แนะนำว่าควรนำรถยนต์เข้ารับบริการดูแลและตรวจสอบสภาพที่ศูนย์บริการเท่านั้น การนำรถยนต์ไปซ่อมนอกศูนย์บริการอาจทำให้การรับประกันทั้งหมดถูกยกเลิก รวมถึงการไม่ยอมนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพตามเวลาที่กำหนด กรณีที่รถเสียกลางทางสามารถให้ช่างทั่วไปซ่อมแซมเบื้องต้นได้ แต่ห้ามเปลี่ยนอุปกรณ์หลักโดยเด็ดขาด ดังนั้นผู้ใช้รถใหม่และยังอยู่ในระยะประกัน อย่าว่างเว้นปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพราะถ้าประกันขาดนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก และมีคนรู้จักผมหลายคนเสียสิทธิ์ประกันกับศูนย์บริการรถยนต์เพราะไม่นำรถเข้าตรวจเช็คระยะตามกำหนดและนำรถไปเข้าอู่นอก


ขับขี่ไปสักพักก็ถึงเวลาที่รถหมดระยะประกันคุณภาพ ซึ่งคราวนี้คุณต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะพารถไปซ่อมที่ใด

ศูนย์บริการ – เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการหลังพ้นระยะประกันควรบอกความประสงค์ให้ชัดเจนว่าให้ช่างทำอะไร ตรวจสอบอะไร อาการของรถเป็นอะไร มีเสียงตอนไหน ตรงไหน บอกให้ชัดเจน ถ้ามีอะไหล่ชิ้นไหนเสียให้ช่างแจ้งราคาก่อนลงมือเปลี่ยนทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นคุณอาจลมจับจากราคาอะไหล่ที่ช่างทำการเปลี่ยนให้รถคุณก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าศูนย์บริการนั้นเป็นตัวทำกำไรสำคัญของ บริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ โดยส่วนมากทางศูนย์จะจับเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทั้งหมดเพราะการที่ทางศูนย์เบิกอะไหล่ใหม่มาเปลี่ยนให้รถเรา ทางศูนย์เค้าจะได้เปอร์เซ็นต์จากราคาอะไหล่ที่เปลี่ยนด้วย ดังนั้น การเข้าศูนย์บริการถึงแม้ราคาจะแพงไปหน่อย แต่ก็มีข้อดีอยู่ที่การรับประกันคุณภาพการซ่อมและอะไหล่ที่มั่นใจได้

อู่ซ่อมทั่วไป – อู่ในลักษณะนี้มีหลายระดับ ต้องเริ่มดูกันตั้งแต่ฝีมือของช่าง เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน คุณภาพของอะไหล่การคิดราคาอย่างตรงไปตรงมา การเช็คสภาพรถก่อนเข้าอู่ว่าอยู่ในสภาพไหน เลขไมล์เท่าไหร่ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบางอู่อาจมีช่างแอบเอารถลูกค้าไปใช้งานหลังซ่อมเสร็จ ฉะนั้นการจดจำและตรวจสภาพรถอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการซ่อมจากอู่ซ่อมทั่วไป เรื่องที่ผู้ใช้รถควรใส่ใจ เพราะจะได้มีหลักฐานอ้างกับเจ้าของอู่ได้ในกรณีที่มีสิ่งผิดปกติหรือเสียหาย อู่นอกหลายแห่งช่างก็เก่งนะครับ เก่งกว่าช่างที่ศูนย์ซะอีกเนื่องด้วยประสบการณ์มากกว่า โดยอู่นอกลักษณะนี้ที่มีช่างเก่งๆ ให้สังเกตว่าทางอู่เค้าจะรับซ่อมรถยี่ห้อเดียว หรือไม่กี่ยี่ห้อ เช่น อู่ที่ผมรู้จักช่างเก่งๆ เค้าจะรับซ่อมแค่ Mitsubishi เท่านั้น หรืออีกอู่ก็รับแค่ Mazda กับ Ford เท่านั้น อันนี้เราก็ต้องศึกษาหาข้อมูลจาก internet หรือใน webboard ของ Car Club ต่างๆดูครับว่าซ่อมอู่ไหนดี

ศูนย์ซ่อมอิสระ – เน้นการดูแลรักษาและตรวจซ่อมโดยใช้เวลาไม่นานมาก เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, เปลี่ยนยาง, เปลี่ยผ้าเบรค, ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ฯลฯ ระบุค่าแรงการซ่อมอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ ค่าแรงถูกกว่าศูนย์บริการหรือบางแห่งก็ไม่คิดค่าแรง เครื่องมือมีมาตรฐานครบครัน มีอะไหล่ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อพร้อมการรับประกัน เมื่อรู้อย่างนี้ลองตัดสินใจกันดูนะครับ แต่ถ้าเจออาการที่หนักๆหรือยากๆก็จะไม่สามารถแก้ให้หายได้

อาจจะกว้างไปซักหน่อยแต่ผมก็ถือเป็นแนวทางในการดูแลรถเรานะครับ ส่วนรายละเอียดอู่ต่างๆว่าที่ไหนดีไม่ดียังไงถามผมนอกรอบก็ได้ครับ