ความสำคัญของน้ำมันเบรคที่หลายคนมองข้าม


เบรคนั้นสำคัญไฉน? โอ้ว แน่นอนครับ เรื่องเบรคเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเรื่องหนึ่งเลยสำหรับรถยนต์ และคนที่ใช้รถอย่างเราๆก็ต้องรู้ว่ามันสำคัญด้วยนะครับ เพราะมันจะช่วยหยุดรถเราไม่ให้ไปชนกับอะไรต่อมิอะไรนะครับ ที่นี้ พอรู้แล้วว่าเรื่องเบรคนั้นสำคัญ เราก็ต้องเข้าใจถึงนำ้มันเบรคซึ่งเป็นเหมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงระบบเบรคด้วยนะครับว่าเจ้าน้ำมันเบรคที่เปรียบเสมือนเลือดของระบบเบรคสำคัญอย่างไร 

ผมก็อยากจะถ่ายถอดความรู้ความเข้าใจและความสำคัญของน้ำมันเบรคให้ได้อ่านได้แชร์กันหน่อยครับ ถือว่าเป็นบทความก่อนนอนนะครับ

เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยเราควรให้ความสำคัญกับทุกส่วนของรถยนต์ และอย่างที่กริ่นมาแล้วก่อนหน้านี้ ผมก็จะมาแนะนำอีกส่วนของรถยนต์ที่ไม่ควรละเลยคือ น้ำมันเบรค ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลัง เมื่อเราเหยียบเบรก แรงดันที่เหยียบจะถูกถ่ายทอดผ่านน้ำมันเบรคเข้าไปในระบบห้ามล้อทั้ง 4 ล้อ ทำให้ความเร็วของรถช้าลง หรือหยุดตามแรงกดที่ต้องการ ซึ่งน้ำมันเบรคที่ดี นอกจากจะเป็นตัวกลางถ่ายทอดกำลังแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติที่ดีอื่นๆ อีกด้วย

  1. เป็นตัวหล่อลื่นส่วนต่างๆ ในระบบเบรค ช่วยป้องกันการสึกหรอ
  2. ไม่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนที่เป็นโลหะในระบบหรือลูกยางต่างๆ
  3. คงสภาพได้นาน แม้ว่าจะมีผลกระทบจากสิ่งแวดตามล้อมธรรมชาติ เช่นความชื้น
  4. มีจุดเดือดสูงและไม่ระเหยง่าย ทนต่อแรงดันจากแรงเหยียบอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

จากคุณสมบัติของน้ำมันเบรคดังกล่าว จุดเดือดของน้ำมันเบรคถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากเวลาเหยียบเบรคที่ความเร็วสูงหรือบรรทุกหนัก อุณหภูมิที่ผ้าเบรคและจานเบรคจะสูงมาก ความร้อนดังกล่าวจะถ่ายเทมายังน้ำมันเบรคด้วย ถ้าน้ำมันเบรคมีจุดเดือดต่ำก็จะระเหยและกลายเป็นไอ ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดกำลังในระบบเบรกได้ จึงทำให้เบรคไม่อยู่ หรือที่เรียกว่าเบรคแตกหรือเบรคลื่นนั่นเอง

ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรตรวจเช็คระดับของน้ำมันเบรคอยู่เป็นประจำว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากน้ำมันเบรคมากเกินขีดสูงสุด อาจสันนิษฐานได้ว่ามีน้ำเข้าไปปนเปื้อน แต่ถ้าน้อยเกินขีดต่ำสุด อาจสันนิษฐานได้ว่ามีการรั่วซึมในระบบเบรค หรืออาจเกิดจากผ้าเบรคสึก ซึ่งทั้ง 2 กรณี จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเบรคลดลง ทำให้เกิดอาการเบรคไม่อยู่ได้

นอกจากตรวจระดับน้ำมันเบรคเป็นประจำแล้ว ยังควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคทุกๆ 1-2 ปี แม้ว่าจะไม่มีการรั่วหรือลดระดับลงก็ตาม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุกะทันหัน เบรกจะยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีนะครับ

อีกข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำน้ำมันเบรคต่างยี่ห้อ หรือต่างมาตรฐานกันมาใช้งานผสมกัน เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกริยาทางเคมี ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณสมบัติของน้ำมันเบรคเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อ หรือใช้น้ำมันเบรคที่มาตรฐานสูงขึ้น แนะนำให้ทำการล้างระบบเบรคก่อนทำการเปลี่ยนถ่ายเสมอนะครับ

หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ใช้รถยนต์กันนะครับ แล้วผมจะพยายามคิดเรื่องการดูแลบำรุงรักษารถมานำเสนออีกนะครับ