Hyundai Tucson Diesel – หัวใจใหม่ขับสนุกแถมประหยัด


Hyundai Tucson รถอเนกประสงค์สายพันธุ์แท้ เป็นที่รู้จักกับสาวกเมืองไทยนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก ช่วงเดือนมีนาคมปี 2010 ในฐานะเซ็กซี่เอสยูวี รูปทรงปราดเปรียวซึ่งมีทีเด็ดด้วยภายในที่หรูหราทั้งหลังคากระจก หรือพาโนรามิกซันรูฟ พร้อมกล้องส่องหลังช่วยในการถอยจอดที่แสดงภาพมายังจอเล็กๆบนกระจกมองหลัง เรียกได้ว่าจัดเต็มออฟชั่นที่มีมากกว่ารถในระดับเดียวกัน

อย่างไรก็ตามออฟชั่นที่ดูจะหวือหวากว่าคู่แข่ง แต่ก็ตามมาด้วยค่าตัวที่เหนือกว่าด้วยเช่นกัน เนื่องจากฮุนได้ต้องนำเข้ารถยนต์แบบทั้งคันจากเกาหลี ภาษีนำเข้าเมื่อรวมกับออฟชั่นพิเศษจึงทำให้ราคาของตัวรถพุ่งไปอยู่ที่ระดับ 1.89 ล้านบาทสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนในรุ่นขับเครื่อง 2 ล้อ ราคาจะถูกกว่าราว 1 แสน ซึ่งก็ดูไม่ค่อยจะเย้ายวนสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรก็ยังสามารถสร้างตลาดกับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักได้แบบสมน้ำสมเนื้อ เมื่อดูจากตัวเลขปีที่ผ่านมา ทั้ง 2 รุ่นทำยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 138 คัน

และสำหรับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ Hyundai แอบทำเซอร์ไพรส์ในงานแสดงรถยนต์ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัว Tucson รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการเสริมไลน์ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล พร้อมกับการปรับอ๊อฟชั่นใหม่ ทำให้ราคาของ Tuscon ดีเซลรุ่นนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นที่ 1.69 ล้านบาท ซึ่งมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอก ขอกล่าวถึงแค่สิ่งที่หายไปเท่านั้นก็เพียงพอ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น ยังคงรูปลักษณ์แห่งความปราดเปรียวสมชื่อเซ็กซี่ SUV นอกเสียจากอุปกรณ์หลักที่สักเกตได้ชัดเจนคือ ล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดลดลงจาก 18 นิ้วเหลือขนาด 17 นิ้ว ลาย 5 ก้าน พร้อมกับหลังคาแก้วแบบพาโนรามิกซันรูฟ ก็ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นหลังคาเหล็กทึบธรรมดาทั่วๆไป

หัวใจใหม่ดีเซลเทอร์โบ ขับสนุกเร้าใจแถมประหยัดขึ้น

ความแตกต่างจาก Tucson รุ่นธรรมดา อยู่ที่เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด R-Engine บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี CRDi ซึ่งย่อมาจากคำว่า Common Rail Direct Injection พร้อมระบบอัดอากาศ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 4,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 39.94 กิโลกรัม-เมตร ที่ 1,800 – 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดบวก-ลบ ลงสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ On Demand ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

พละกำลังที่ถูกสร้างขึ้นจากเครื่องยนต์บล็อคนี้สร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจนกับเครื่องเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2,000 ซีซี เมื่อกางสเป็คมาเทียบกันจะพบว่ามีแรงม้าต่างกันเพียบ 11 ตัว แต่บล็อคดีเซลจะได้เปรียบ และสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงพละกำลังการฉุดลากในรอบต้น ซึ่งทำได้อย่างน่าประทับใจ เพราะแรงบิดสูงสุดถูกสร้างขึ้นในรอบเครื่องยนต์ 1,800 รอบ/นาที และแรงม้าสูงสุดจะมาที่รอบเครื่องยนต์ 4,000 รอบ/นาที แม้จะเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะเหมือนกัน แต่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล มีอัตราทดเกียร์ที่แตกต่าง กระชากกระชั้นขึ้น ทำให้รู้สึกถึงพลังที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ซึ่งสร้างความมั่นใจได้มากกว่า

ส่วนเรื่องสมรรถนะของระบบช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ส่วนขนาดของล้อนั้นมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว หน้ากว้าง 6.5 นิ้ว คู่กับยางขนาด 225/60/17 ซึ่งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินจะใช้ขนาด 18 นิ้ว เท่าที่จับอาการได้เสียงล้อสัมผัสรอยต่อของพื้นถนนนั้นดังขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงใช้ความเร็วรถมีอาการกระด้างมากขึ้น ยิ่งผ่านช่วงผิวทางที่ไม่เรียบจะมีอาการสะท้านไปทั้งคัน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการใช้ลมยางที่สูงเกินไป โดยผู้เขียนสันนิษฐานว่าผู้ทดสอบคิวก่อนหน้านั้นหมายตัวเลขความประหยัดที่สูงขึ้น

ในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง จากแหล่งข้อมูลนั้น ทางสื่อหลายส่ือได้มีการทดลองขับผสมทั้งในเมืองและนอกเมืองแบบการใช้งานจริง 3 วันเต็ม เผชิญทั้งปัญหาการจราจรหลายชั่วโมง จนถึงการขับแบบชิวๆ แถบชานเมืองที่สามารถแช่คันเร่งได้พอประมาณ วันละประมาณ 100 กิโลเมตรเศษ นับระยะทางรวมได้กว่า 300 กิโลเมตร โดยมาตรวัดน้ำมันยังโชว์ว่าเหลืออีกกว่าครึ่งถัง ได้อัตราเฉลี่ยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงบนมาตรวัดของตัวรถที่ 8.1 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งเท่ากับ 12.35 กิโลเมตร/ลิตร

ตัวเลขอัตราเร่งนั้น ครั้งนี้ไปได้ทดสอบด้วยเครื่องมือ จึงนำเอาตัวเลขจากทางฮุนได้มาฝาก กันครับ

ความเร็ว 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 10.1 วินาที

ความเร็ว 60-100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.5 วินาที

ระยะทาง 0-400 เมตร ใช้เวลา 17.2 วินาที

ราคาถูกลงพร้อมกับบางสิ่งที่ขาดหายไป

ครั้งแรกที่ได้สัมผัส Tuscon ในช่วงเปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยังคงจำความประทับใจนั้นได้กับเจ้าของฉายาเซ็กซี่ SUV ที่มีอ็อฟชั่นหรูหราด้วยหลังคาแก้วพาโนรามิกซันรูฟ พร้อมความสปอร์ตบึกบึนด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว รวมไปถึงกล้องส่องหลังช่วยในการถอยจอดที่สะท้อนภาพมายังจอเล็กๆบนกระจกมองหลัง แอร์อัตโนมัติพร้อมระบบฟอกอากาศ ตลอดจนระบบครูสคอนโทรล และถุงลมนิรภัย ม่านนิรภัยด้านข้าง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า เครื่องเล่น CD MP3 จำนวน 6 แผ่น พร้อมลำโพง 7 ตัว

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือสิ่งที่คุณจะมองหาไม่ได้ในทูซอน รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งจะเหลือไว้เพียง เครื่องเล่น CD แบบ 1 แผ่น พร้อมลำโพง 6 ตัว รองรับการเชื่อมต่อผ่าน AUX และ USB ที่สามารถเล่นเพลงจากทั้ง USB Drive และ iPod ได้โดยตรง เบาะนั่งปรับด้วยมือ พร้อมทั้งภายในที่ยังคงความหรูหราทันสมัย สไตล์ X-Shape ด้วยโทนสีดำ ตัดกับเบาะนั่งหุ้มหนังสีน้ำตาลแดง พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่ ฝั่งคนขับ และผู้โดยสารด้านหน้า ส่วนไฮไลท์สำคัญๆ อย่าง หลังคาแก้วพาโนรามิกซันรูฟ และกล้องส่องหลังนั้นแน่นอนว่าทางฮุนไดไม่ได้ใส่มาในรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวกับการทรงตัวนั้นยังให้มาครบทั้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ESP ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ROP และระบบช่วยในการขึ้นและลงทางลาดชัน HAC และ DBC

เมื่อลองพิจารณาโดยรวมแล้วจะเห็นได้ว่า ฮุนไดพยายามที่จะตัดอ๊อฟชั่นที่เกิดความจำเป็น พร้อมปรับราคาให้ถูกกว่าเดิมลงมาพอสมควรให้สูสีกับคู่แข่งในตลาด ทำให้ผู้บริโภคนั้นตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ต้องยอมแลกกับอ๊อฟชั่นระดับหรูที่ถูกถอดออกไปตามระดับราคาที่ลดลงมา แม้จะดูจืดลงไปหน่อย แต่ถ้าเป็นการตัดออฟชั่นที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เพื่อให้ราคาถูกลงก็ดูน่าสนใจไม่แพ้กัน…จริงไหมครับ หากใส่อ๊อฟชั่นมาแบบเต็มๆ รับประกันได้ว่าราคาน่าจะทะลุหลัก 2 ล้านเป็นแน่

ถ้าคุณไม่ยึดติดกับความเลิศหรู และยอมชั่งใจกับราคาที่ลดทอนไป คิดว่าคงรับได้สบายครับ กับความมันของเครื่องยนต์ดีเซล แถมประหยัดน้ำมันขึ้นกว่ารุ่นเดิมไม่น้อยเลยทีเดียว หากความต้องการของคุณคือความแตกต่าง และสามารถจ่ายแพงกว่ารถตลาดทั่วไปได้บ้าง นี้และคือคำตอบสำหรับคนที่ไม่ชอบตามใคร กับ Hyundai Tucson 2.0 D AWD ใหม่ ด้วยราคา 1,690,000 บาท

ข้อมูลทางด้านเทคนิค : Hyundai Tucson Diesel 2.04WD

แบบตัวถัง : SUV 5 ประตู

มิติตัวถัง : (ยาว x กว้าง x สูง) 4,410 x 1,820 x 1,655 มิลลิเมตร

แบบเครื่องยนต์ : ดีเซล 4 สูบเรียง 16 วาล์ว CRDi

ความจุ : 1,995 ซีซี

กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 84.0 x 90.0 มิลลิเมตร

อัตราส่วนการอัด : 16:1

กำลังสูงสุด : 177 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด : 39.94 กก.-ม. ที่ 1,800 – 2,500 รอบ/นาที

ระบบส่งกำลัง : อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด Manual

ระบบขับเคลื่อน : 4 ล้อ Full Time (On Demand)

ระบบบังคับเลี้ยว : แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก

ระบบกันสะเทือนหน้า : อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต

ระบบกันสะเทือนหลัง : อิสระ มัลติลิงก์

ระบบเบรกหน้า/หลัง : ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อม ABS, ESP, DBC และ HAC

ผู้จำหน่าย : บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

Source: Auto Sanook