BMW รวมพลัง Toyota พัฒนารถซิ่ง


สวัสดีวันอาทิตย์ครับ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่คลึ้มฟ้าคลึ้มฝนทีเดียวครับ สำหรับวันนี้ ผมก็มีข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์มาฝากมาแชร์กันเช่นเคย ข่าวคราวที่จะนำมาฝากในวันนี้นั้นอาจจะเป็นข่าวดีสำหรับหลายๆคนเนื่องจากว่าเป็นข่าวที่ 2 บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จาก 2 ประเทศ ได้แก่ BMW จากเยอรมันกับ Toyota จากญี่ปุ่น ได้ร่วมกันที่จะผลิตรถสปอร์ตสายพันธุ์ใหม่ให้เราชาวโลกได้สัมผัสกันครับ สำหรับรภสปอร์ตของ Toyota ก็มีหลายรุ่นด้วยกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่มีอยู่รุ่นหนึ่งที่ผมว่าใครหลายๆคนคงยากที่จะปฏิเสธในเรื่องความเป็นตำนานของมัน เพราะมันทั้งแรง สวยและเป็นที่นิยมอย่างมากจนถึงปัจจุบันถึงแม้เราจะไม่ได้เห็นรุ่นใหม่ๆออกมาสู่ตลาดโลกมานานร่วมๆ 10 ปีแล้วก็ตาม และรถที่ผมกำลังพูดถึงนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น Toyota Supra นั่นเองครับ และการร่วมมือในการพัฒนารถสปอร์ตของ 2 บริษัทนี้ อาจเป็นสัญญาณที่จะเรียกเจ้า Supra นั้นกลับฟื้นคืนชีพมาอาละวาดบนถนนอีกครั้งก็เป็นได้

BMW ได้ประกาศจับมือกับ Toyota ในการขยายความร่วมมือการพัฒนารถสปอร์ตรุ่นใหม่ โดยนาย Akio Toyoda ประธานใหญ่ของ Toyota และนาย Nobert Reithofer นายใหญ่ของ BMW ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจและจัดแถลงข่าวร่วมกันที่สำนักงานใหญ่ของ BMW ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ดังกล่าว ประกอบด้วยการร่วมกันพัฒนาระบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) การร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างและชิ้นส่วนของรถสปอร์ตในอนาคต การร่วมมือกันพัฒนาขุมพลังไฟฟ้า และการร่วมมือกันค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการทำให้รถมีน้ำหนักเบาขึ้น

เวลานี้มีการคาดการณ์กันถึงความเป็นไปได้ของรถสปอร์ตในอนาคตที่เกิดจากการร่วมมือกันครั้งนี้แล้ว โดยมีแนวโน้มว่าทาง BMW จะนำเสนอความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในด้านต่างๆเพื่อพัฒนารถสปอร์ตรุ่นใหม่ของ Toyota ที่คาดว่าจะมาเป็นตัวแทนของ Supra และรุ่นที่เล็กกว่าอย่าง Celica

การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ เกิดขึ้นถัดจากข้อตกลงเดิมทีทั้ง 2 บริษัทที่เคยร่วมลงนามไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในครั้งนั้นได้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นรูปธรรมคือ BMW จะมอบเครื่องยนต์ดีเซลสุดประหยัดขนาด 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตรให้แก่ Toyota โดยจะเริ่มส่งมอบให้ในปี 2014 เป็นต้นไป

ทีนี้เราก็คงต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปอีกซัก 1-2 ปีข้างหน้าแหล่ะครับว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้มันจะมีหน้าตาอย่างไร แรงและหล่อแค่ไหน และจะเป็นรุ่นที่มาแทนรุ่นไหนครับ ผมว่า 1-2 ปีนั้นคงไม่นานเกินรอแน่นอนครับ