Mitsubishi Pajero Sport 2013 – ยัดเครื่อง 3.0 เบนซินเพื่อกินแก๊ส


ตามที่ให้สัญญากันไว้ใน Facebook นะครับว่า วันนี้จะนำเสนอเรื่องราวของ Mitsubishi Pajero Sport 2013 และผมก็ทำตามสัญญาแล้วนะครับ มาดูกันเลยครับว่า เจ้า Mitsubishi Pajero Sport ใหม่นั้นมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างครับ

เปิดตัว Mitsubishi Pajero Sport 2013 ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน Mivec ที่เรียกพลังออกมาได้ 219 แรงม้า เลยทีเดียวครับ ซึ่งราคาเปิดอยู่ที่ 1.295 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มมากเพราะได้เครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น ใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่ารุ่นก่อนและหนือกว่าคู่แข่ง อีกทัั้งมีการดีไซต์ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมทั้งภายนอกและภายในใหม่

นาย โนบุยูกิ  มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยวันนี้ว่า บริษัทฯ ได้เตรียมขายรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร V6 MIVEC อย่างเป็นทางการที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ กับราคาขายเพียง 1,295,000 บาท

หลังจากนำมาจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากลูกค้าที่เข้าร่วมชมงาน พร้อมถือโอกาสนี้แนะนำรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส 2.5 วีจี เทอร์โบ 5 AT มาพร้อมสมรรถนะ และการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น จากอัตราเร่งที่ดีกว่าด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Sportronic ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ รวมทั้งไทรทัน เครื่องยนต์เบนซินทั้งในรุ่นเมกะแค็บ พลัส และดับเบิ้ลแค็บ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ ในรุ่นเครื่องยนต์  v6 3.0 ลิตร นั้นจะมาพร้อมสมรรถนะ 219 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และ แรงบิด 281 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที  ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด INVECS II พร้อม Sportronic ที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ยังหรูหรา ด้วยไฟหน้าแบบ HID และระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ลงตัวกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และในห้องโดยสารเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้ายังเป็นเบาะปรับไฟฟ้าด้วย

ด้าน มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ  พลัส  2.5  GLS  มาพร้อมความโดดเด่นของสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมของเครื่องยนต์ 2.5 วีจี เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1800-3,500 รอบต่อนาที  ตอบสนองรวดเร็วทันใจจากอัตราเร่งที่ดีกว่าด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ 5 จังหวะ พร้อม Sportronic ส่วนรุ่นเบนซินใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MPI ให้กำลังสูงสุดที่ 128 แรงม้า  ที่ 5,250 รอบต่อนาที  แรงบิดสูงสุด 194 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที

อุปกรณ์มาตรฐานก็ถูกติดตั้งให้อย่างครบครันราวกับรถยนต์ซีดานราคาแพง ได้แก่ ไฟหน้าแบบ HID ที่ให้ความสว่างมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติและระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ตามสภาพแสงภายนอก และการติดตั้งระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้ารถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่างของไฟหน้ารถ  รวมถึงระบบที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

กระจกมองข้างแบบโครเมียมพร้อมไฟเลี้ยว ให้ความลงตัวและเสริมสร้างความปลอดภัยยิ่งขึ้น   คิ้วประตูหลังแบบสีเดียวกับตัวรถและโครเมียม สปอยเลอร์หลังดีไซน์เฉพาะเสริมความโฉบเฉี่ยว พร้อมกล้องมองหลังขณะถอยจอดเพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่และความปลอดภัยยิ่งขึ้น  ลงตัวกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ระบบการปรับเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle shift) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise control) พร้อมอุปกรณ์ความบันเทิงพร้อมสรรพไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น DVD,VCD,CD MP3 รุ่นใหม่ที่ง่ายต่อการใช้งาน ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง iPod และ USB จอภาพด้านหน้าแบบหน้าจอสัมผัส (Touch Screen) ขนาด 7 นิ้ว  ระบบนำทาง (เนวิเกเตอร์) ที่สามารถแสดงภาพแผนที่นำทางและฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นในเวลาเดียวกันได้ รวมไปถึงระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (บลูทูธ) เพิ่ม

ความปลอดภัยและสะดวกในการสนทนาระหว่างขับรถ  พร้อมจอภาพแบบ WIDE Screen ขนาด ใหญ่ 10.2 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

และแน่นอนว่าขาดไปไม่ได้เลยก็คือการติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอัจฉริยะ (ETACS)

  • สัญญาณเสียงและไฟกระพริบเตือนเมื่อประตูปิดไม่สนิท สัญญาณเสียงและไฟกระพริบเตือนจะแสดงบนหน้าปัดเมื่อมีการออกรถในขณะที่ประตูรถปิดไม่สนิท
  • ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติในกรณีที่ฝนตกและผู้ขับขี่เปิดที่ปัดน้ำฝนในตำแหน่งปัดหยุด เมื่อรถใช้ความเร็วเกิน 60 กม./ชม. ที่ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 1 ให้โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาที่ตำแหน่งปัดหยุดเหมือนเดิมเมื่อความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม.
  • ระบบปลดล็อกด้วยรีโมท ช่วยให้สามารถปลดล็อกและล็อกรถได้จากระยะไกล
  • สัญญาณเตือนลืมปิดไฟหรี่หน้าถ้าผู้ขับลืมปิดไฟหรี่หน้า หลังจากดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตู เสียงสัญญาณจะดังเตือนขึ้น
  • ระบบตัดการทำงานไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟหน้ารถจะดับเองอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตูช่วยให้ประหยัดไฟในแบตเตอรี่
  • ระบบหน่วงเวลาปิดไฟในห้องโดยสารหลังจากดับเครื่องยนต์แล้วปิดประตู ไฟในห้องโดยสารจะค่อยๆ หรี่ดับลงเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบสัมภาระภายในรถ
  • ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้าหลังดับเครื่องยนต์ กระจกไฟฟ้าจะยังคงสามารถเปิด-ปิดต่อไปได้อีกภายใน 30 วินาที
  • ระบบเซ็นทรัลล็อก ผู้ขับสามารถเปิดหรือปิดล็อกประตูทุกบานโดยปุ่มควบคุมที่ประตูด้านผู้ขับ

สำหรับความเห็นส่วนตัวผมแล้ว ถึงว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ด้วยทางเลือกที่ใส่เครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่เข้าไปสำหรับรองรับกลุ่มลูกค้าที่จะนำไปติดแก๊ส แหม๋ ถือว่าทาง Mitsubishi ทำแผนการตลาดครั้งนี้ได้แยบยลเสียจริงครับ ผมว่าคุ้มค่ากับราคาที่เท่าเดิม ได้เครื่องเบนซินขนาดใหญ่ที่มีกำลังทั้งแรงบิดและแรงม้าออกมาเยอะทีเดียว เรื่องอัตราประหยัดน้ำมันคงไม่ใช่ประเด็นอะไรมากมายเพราะยังไงถ้าคนที่ชอบประหยัดก็คงนำไม่กินแก๊สได้ไม่ยากนะครับ จริงไหมล่ะ?